If you are not sure if the website you would like to visit is secure, you can verify it here. Enter the website address of the page and see parts of its content and the thumbnail images on this site. None (if any) dangerous scripts on the referenced page will be executed. Additionally, if the selected site contains subpages, you can verify it (review) in batches containing 5 pages.
favicon.ico: roundfinger.wordpress.com - r o u n d f i n g e r |.

site address: roundfinger.wordpress.com redirected to: roundfinger.wordpress.com

site title: r o u n d f i n g e r

Our opinion (on Saturday 29 August 2026 21:38:31 UTC):

GREEN status (no comments) - no comments
After content analysis of this website we propose the following hashtags:



Meta tags:
description=บ้ า น พั ก ฝ า ก อ า ก า ศ;

Headings (most frequently used words):

ย้ายไป, exteen, ครับ, เราเคยนั่งคุยกันที่นั่น, นิ้วแบนด์เปลี่ยนเวลา, สี่วันอันยาวนาน, คิดแล้วขำ, ประกาศก้อง, ทุกคนชอบใครบางคน, มีท่อไม่มีท้อ, ปาสคาล, ความสำเร็จของการเกิดมา, คลังเก็บ, เรื่องล่าสุด, หมวดหมู่, blog, stats,

Text of the page (most frequently used words):
2008 (12), posted (10), comments (10), ใหม่ (8), 2007 (7), เมษายน (7), com (4), wordpress (3), #exteen (3), จริงๆ (3), สมัครสมาชิกแล้ว (2), สมัครเป็นสมาชิก (2), และ (2), ข่าวสาร (2), ไอเดีย (2), คิดแล้วขำ (2), สี่วันอันยาวนาน (2), นิ้วแบนด์เปลี่ยนเวลา (2), เราเคยนั่งคุยกันที่นั่น (2), ย้ายไป (2), ครับ (2), 2006 (2), สิงหาคม (2), น่าดู (2), ใหญ่ (2), แทนที่จะอ่าน (2), ปาสคาล (2), ทุกคนชอบใครบางคน (2), art (2), someone (2), ต้มยำปลาดิบ (2), ครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ (2), ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้ (2), นั้นยังมีรักอยู่ (2), เคยเป็นยังไงในตอนนี้ขอให้รู้ (2), ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป (2), และทุกๆ (2), ครั้งที่ได้เพลงนี้ (2), ก็ขอให้รู้ที่ตรงนี้ (2), ไม่ว่าจะนานเท่าไร (2), เราจะมีกันและกัน (2), เป็นหนึ่งในดวงใจตลอดไป (2), ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน (2), แต่ว่าเวลาที่ผ่านพ้นไป (2), อยากจะมีเพลงๆ (2), หนึ่ง (2), นะครับ (2), ถ้าเป็นไปได้ (2), เริ่มต้น, ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย, ยุบแถบนี้, จัดการการสมัครสมาชิก, เว็บใน, การอ่าน, รายงานเนื้อหานี้, เข้าสู่ระบบ, ลงทะเบียน, ความเป็นส่วนตัว, มีบัญชี, อยู่แล้วเหรอ, เข้าสู่ระบบตอนนี้, ลงทะเบียนให้ฉัน, เข้าร่วมกับสมาชิกคนอื่นอีก, 122, feeds, ใช้งานได้, css, xhtml, ข้อคิดเห็น, entries, บลอกที่, 526, 351, hits, blog, stats, ภาพถ่าย, กลอน, อ่านแล้วคิด, สำเร็จรูป, ถาม, ตอบ, คู่รัก, เหตุการณ์เล็ก, รู้เล็กๆ, msn, วันละสั้นๆ, คนที่ควรมี, เซี่ยงไฮ้, ไดอารี่, คุยกัน, เรื่องสั้น, จีน, ฝัน, คำคม, ข้อมูลดิบ, ฯลฯ, ปิ๊ง, หนังสือ, หนัง, สถานที่, ลงนามเยี่ยมบ้าน, ติดต่อ, นิ้วกลม, หมวดหมู่, เรื่องล่าสุด, พฤศจิกายน, ธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม, กรกฎาคม, กันยายน, ตุลาคม, คลังเก็บ, 2026, older, posts, แรงบันดาลใจจาก, ralph, waldo, emerson, จะนำมาแปะในวันถัดไปครับ, ยิ้มให้บ่อยที่สุด, หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง, และให้คนอื่น, ตื่นเช้าๆ, นอนดึกสักหน่อย, จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ, เห็นโลกให้มากที่สุด, นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ, ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย, แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน, ไม่ต้องรักทุกคน, ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก, แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ, หายใจในจังหวะที่พอดี, ไม่ถี่, ไม่เนือยจนเกินไป, ได้อยู่กับครอบครัว, ปล่อยมุกให้เขาฮา, และฮามุกของเขา, สะสมปัญญา, ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด, แต่จะได้ไม่ทุกข์, เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน, เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น, ในโลกมีคน, เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย, โกรธให้น้อย, ชีวิตสั้น, โกรธกันมันเสียเวลา, ดื่มน้ำให้มาก, นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท, บางวันโค้กก็อร่อย, บางวันก็โออิชิ, บางวันก็ชาอู่หลง, เกิดมาตั้งนาน, จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย, แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ, กันนานๆ, เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน, แต่น้ำไม่ใช่คน, คนไม่ได้มีไว้ดื่ม, และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ, คบคนจำนวนมาก, หากดูแลใส่ใจเขาได้, หากไม่ไหว, น้อยไว้อาจจะดีกว่า, หาความตื่นเต้นใหม่ๆ, ให้ชีวิตบ่อยๆ, จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป, ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก, โลกมีขยะเยอะแล้ว, สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง, มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ, อีกมุมคือ, ความหมายของการเกิดมา, ฟังเพลงเพราะๆ, ไม่ด่าเพลงที่ตัวเองคิดว่าไม่เพราะ, เพราะอาจมีคนอื่นเขาชอบเพลงนั้นก็ได้, เอาปากมาร้องเพลงที่เราชอบ, ดีกว่าเอาปากไปด่าเพลงที่ไม่ชอบ, อ่านหนังสือให้เยอะที่สุด, หนังสือดีๆ, อ่านทั้งชีวิตก็ไม่หมด, ถ้าใช้เวลากับเรื่องไร้สาระน้อย, จะมีเวลาให้เรื่องมีสาระเยอะ, แต่เรื่องมีสาระมีมาก, เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ, สาระ, ของแต่ละคนต่างกัน, เรื่องไร้สาระของบางคนอาจเป็นเรื่องมีสาระของบางคน, มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านก่อนตาย, ถ้าตายแล้วไม่ได้อ่านก็วางมันไว้บนโลกนี่แหละ, ถ้าชาติหน้ามีจริงจะกลับมาอ่าน, ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว, คุยกับคนต่อหน้ามากกว่าผ่านอินเตอร์เน็ต, เวลาจ้องตากันนี่มันดีนะ, หลับให้สบาย, วางความคิดไว้ข้างเตียง, เกิดมาทั้งทีควรหลับฝันดีทุกคืน, หรือไม่ก็ไม่ต้องฝัน, หากมีคนที่เราอยากให้เขาฝันดี, น่าจะบอกเขาบ่อยๆ, มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดจะบันดาลให้มันเป็นจริงหรอก, แต่เขาจะได้รู้สึกดีตั้งแต่ก่อนฝันแล้ว, เวลาหลับเราต้องการความสงบ, เวลาตื่นต่างหากที่เราอยากยิ้ม, เกิดมาทั้งทีน่าจะได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ, รู้ได้ไงว่าจะได้เกิดมาลองอีกหน, โทรไปถามพระพรหมแล้วหรือ, ความสำเร็จ, คือการได้ลงมือทำ, ความผิดพลาดคือ, อยากแล้วไม่ลอง, ผิดคือครู, ไม่ผิดจะเรียนรู้จากใคร, เวลาผ่านไปทุกวัน, โอกาสก็ยิ่งน้อยลง, เคารพคนแก่ที่น่าเคารพ, เช่นเดียวกับเคารพเด็กที่น่าเคารพ, วันหนึ่งเราจะแก่เหมือนเขา, ศึกษาจากความแก่, ดูแลความชรา, เลือกดูทีวีที่, ใครก็รู้ว่า, คืออะไร, ของใครก็ของมัน, ไปทะเลบ้าง, ทะเลมันกว้าง, ช่วยขยายใจได้, ไปภูเขาบ้าง, ภูเขามันสูง, ตระหง่าน, อยู่นานกว่าคน, เวลาที่อยากขำ, ไม่ต้องอั้นทำเก๊กว่า, ไม่เห็นขำตรงไหน, เวลาเจออะไรที่ชอบ, เก็บเอาไว้, ตายไปไม่ได้บอก, ชื่นชม, สิ่งที่อยากชื่นชม, หากมัวเอาเวลาไปตั้งแง่, จะเหลือเวลาที่ไหนให้ชื่นชม, ความสำเร็จอาจเหมือนก้อนอิฐ, ที่ต้องก่อร่างทีละก้อน, เพื่อเห็นผลสำเร็จในปั้นปลาย, หากไม่ก่อวันนี้จะมีตึกไหม, หรืออาจเหมือนลมหายใจที่ไหลวนปนอยู่ในชีวิตทุกวินาที, แทนที่จะสำเร็จตอนอายุสี่สิบ, ห้าสิบ, หกสิบ, หรือเจ็ดสิบ, ทำไมเราไม่สำเร็จมัน, วินาทีนี้เลย, คนเราอาจประสบความสำเร็จได้ในทุกวินาที, แต่เราจะประสบความสำเร็จได้, คงต้องตอบตัวเองก่อนว่า, นิยามของความสำเร็จของเราคืออะไร, เมื่อตอบได้, และทำมันสำเร็จ, นั่นอาจนับได้ว่า, เกิดมา, เราประสบความสำเร็จแล้ว, ความสำเร็จของการเกิดมา, นอนแล้วอย่าลืมตื่น, ชวนพี่น้องมาชุลมุนคนละประโยค, ก่อนเอาหัวโขกหมอน, โลกหมุนด้วยความคิด, เมื่อหยุดความคิด, โลกก็หยุดหมุน, วันนี้ลองกันสักหนึ่งประโยคไหม, ประโยคอะไรจะทำให้หลับสนิท, pense, คือชื่อหนังสือเล่มนั้น, จากตัวอย่างที่ยกมา, ไม่แน่ใจว่าอ่านแล้วจะหลับสบายหรือฝันร้ายกันแน่, แต่ชอบไอเดียหนังสือหัวเตียง, มีคำดีๆ, ไว้อ่านสักสองสามประโยค, อาจไม่จำเป็นต้องใช้ปาสคาลหรือภาษาซี, ลองเปลี่ยนเป็นเขียนแทน, สะสมไว้ทุกวัน, ก่อนนอน, พอแก่ตัว, เขียนไม่ไหว, ค่อยเอามาย้อนอ่าน, คงสำราญใจ, หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก, คนเราชอบปิดบัง, โกหก, และปากว่าตาขยิบทั้งกับตัวเองและกับคนอื่น, มนุษย์ยิ่งใหญ่ตรงที่รู้ว่าเขาน่าสมเพชเพียงใด, เป็นชาวฝรั่งเศส, ฉลาดเลขกับดวงดาว, มีชีวิตราว, 1623, 1662, ว่ากันว่าเขามีชีวิตที่อมโรค, ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาไม่คายมันออกมา, อมไว้เยอะ, เลยตายไว, จากโลกไปตอนสามสิบเก้า, ข้อมูลยังบอกอีกว่า, ผ่านชีวิตหลากหลาย, ก่อนตายคงคุ้มแล้ว, เพราะลือว่าแกฟุ้งเฟ้อ, แล้วไฉนจึงกลับใจ, มิได้ระบุไว้ในเล่ม, รู้แต่, แกใช้ชีวิตบั้นปลายเขียนหนังสือที่ถือกันว่าคลาสสิก, ภาษาสลวยความคิดลึกซึ้ง, ซึ่งผมไม่เคยอ่าน, เป็นความคำนึงสั้นๆ, เรียบเรียงเป็นหมวดหมู่, เป็นข้อคิดก่อนนอน, บ้างทำให้หลับสบาย, บ้างก็ชวนกระวนกระวายใจ, เห็นบอกว่า, ฝรั่งมักมีวางไว้ที่หัวเตียง, ปากซอยเล็กๆ, ที่สีลมถูก, ขุด, เพื่อวางท่อเป็นบ่อลึก, เดินลำบาก, เรียกได้ว่าแทบจะเดินเข้าไปในซอยไม่ได้, ร้านอาหารของป้าแกอยู่ในซอย, ลูกค้าเดินเข้าซอยไม่ได้, จะขายยังไง, หารู้ไม่, นั่นคือจุดขายที่ดี, ใครก็รู้ว่าที่สีลมคนเยอะจะตายไป, หนาแน่นที่สุดใน, กทม, ไหมนะ, ตอนกลางวันทุกร้านจะเต็มไปด้วยคน, ป้าแกออกมายืนตะโกนอยู่เหนือหัวของพนักงานขุดท่อ, ว่า, ข้าวแกงอร่อยๆ, ในซอย, โต๊ะว่าง, ไม่ต้องรอ, สั่งปุ๊บได้ปั๊บเลยค่ะ, มีท่อไม่มีท้อ, รู้อย่างเดียวว่า, เธอไม่ใช่คนธรรมดา, เพราะมีคนแอบชอบเธออยู่ตั้งหนึ่งคน, ผมเก็บรูปวาดของน้องเจนนากลับบ้านมา, ว่างๆ, จะนำมาแปะโชว์ครับ, แล้วหย่อนรูปคนพิเศษของผมลงไปในกล่อง, ไม่รู้เหมือนกันว่าวันหน้ามันจะเดินทางไปอยู่ในมือของใคร, ประเทศไหน, หยิบรูปวาดผู้หญิงปากแดงหัวยุ่งๆ, ของน้องเจนนาขึ้นมาดูอีกรอบ, ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า, เธอผู้นี้เป็นใคร, แค่อ่านก็ยิ้มแล้ว, แต่ความสนุกไม่หมดแค่นั้น, เมื่อวาดเสร็จ, เรายังต้องปีนขึ้นไปหย่อนไปรษณียบัตรกันถึงยอดเขา, แถมภูเขาลูกนี้ก็น่านอนหลับตรงนั้นเสียจริง, นุ่ม, เย็น, สบาย, ภาพวาดภายในซองนี้, วาดโดยใครบางคนในอีกประเทศหนึ่ง, เป็นภาพของคนพิเศษของพวกเขาเหล่านั้นและเป็นของที่ระลึกสำหรับเธอ, วาดภาพใบหน้าคนพิเศษของเธอลงบนไปรษณียบัตรเปล่าภายในซอง, นำภาพที่เธอวาดเสร็จแล้ว, ไปหย่อนลงกล่องรับจดหมายใบใดใบหนึ่ง, วันหนึ่งภาพของเธออาจเป็นของที่ระลึกสำหรับใครบางคนในอีกประเทศหนึ่งเช่นกัน, เหมือนที่เธอชอบใครบางคน, เจ้าของลายเส้นไร้เดียงสา, แต่อาร์ตเหลือล้ำ, ในซองที่ผมหยิบขึ้นมาคือ, น้อง, jenna, อายุห้าขวบ, มุมกระดาษเขียนมา, queensland, gallery, ผมเดาเอาว่ามันน่าจะมาจากที่นั่น, ไกลเหมือนกันนะเนี่ย, ขณะที่กำลังงงก็ลองพลิกหน้าซองขึ้นมาดู, เขาเขียนหน้าซองเอาไว้แบบนี้ครับ, ในโถงใหญ่แห่งนั้นมีกองฟูกหุ้มผ้าลายสวยซ้อนกันขึ้นไปหลายชั้นเป็นภูเขาที่น่ารักเอาการ, ฝาผนังฝั่งตรงกันข้าม, มีรูปวาดลายเส้นของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ติดไว้เต็มผนัง, ผมหยิบซองๆ, หนึ่งขึ้นมา, ในนั้นมีกระดาษขนาดโปสการ์ดสองแผ่น, แผ่นหนึ่งมีรูปวาดอยู่แล้ว, อีกแผ่นหนึ่งว่างเปล่า, ตัวหนังสือสีส้มสดใสด้านหลังเขียนไว้ว่า, everyone, likes, you, like, tsuyoshi, ozawa, แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นการเทรวมอาหารจานเด็ดของสองประเทศใส่ในหม้อเดียว, เสียดายที่วันนี้ไม่ได้พกกล้องติดตัวไป, ไม่งั้นคงได้ถ่ายรูปมาแบ่งกันดูเล่น, งานที่แสดงไว้ก็ชวนชมทุกชิ้น, แอนิเมชั่นที่ขยับพร้อมกับคนดู, ต้องใส่เสื้อที่เตรียมไว้ให้จึงจะมองเห็น, ของพี่ตั้ม, วิศุทธิ์, พรนิมิตร, กับคุณวชิราภรณ์, ลิมวิภูวัฒน์, ก็สนุกดี, หนังสั้นๆ, ของคุณอภิชาติพงศ์, วีระเศรษฐกุล, ก็มีเสน่ห์, กิโมโนที่ทอจากด้ายมัดหมี่ก็งามหยด, แต่ที่ชอบที่สุดคืองานของ, สึโยชิ, โอซาว่า, ทั้งที่อยู่กลางเมือง, กระเถิบมาจากมาบุญครองไม่เท่าไหร่, แต่พอเข้าไปแล้วเหมือนเป็นอีกเมืองหนึ่ง, มันสงบเงียบดีจริง, บรรยากาศเรือนไทยก็ชวนให้รู้สึกสบาย, ในความสบายก็มีความหรูสอดตัวอยู่ในนั้นเหมือนกัน, แต่นิทรรศการที่ด้อมไปดูมา, เขาให้ดูฟรี, ไม่เสียตังค์สักบาทสักเยน, เชยมากครับ, ผมไม่เคยไป, หอศิลป์, บ้าน, จิม, ทอมป์สัน, jim, thomson, center, กับเขาเลยสักครั้ง, ได้ข่าวว่ากำลังจัดงาน, วันนี้ก็เลยแวะไปชิม, หม้อไม่ใหญ่, แต่อร่อยดีเชียวครับ, แล้วเจอกันนะครับ, ของผู้ที่จะนั่งรถไฟไปดาวหางกับถั่วงอกครับ, ชาวกรุงเทพฯ, เจอกันเวลา, ที่หัวลำโพงที่หน้าห้องซื้อตั๋วล่วงหน้า, ด้านขวาของห้องซื้อตั๋วปกติ, ถ้าไม่เจอกันสักที, เราจะโทรหา, ผู้ที่จะตามไปสมทบที่เชียงใหม่, เจอกันที่สถานีรถไฟก่อน, ตรงวงเวียนเล็กๆ, ด้านหน้า, ถ้าไม่เจอกัน, เราก็จะโทรหา, สภาพอากาศตอนนี้, ที่เชียงดาวฝนตกบ่อยๆ, กลางคืนอากาศเย็นชุ่มฉ่ำ, ตอนปลูกป่ามีโอกาสเปียกและเละ, กลัวลื่นใส่รองเท้าผ้าใบ, กลัวเลอะใส่รองเท้าแตะ, ถ้ามีถุงพลาสติกติดตัวไว้สำหรับใส่กระเป๋าสตางค์, โทรศัพท์มือถือ, หรือกล้องถ่ายรูป, ตอนฝนตกจะดีมาก, เอากระติกน้ำหรือขวดน้ำติดตัวกันไปด้วยนะ, สำหรับอาหารเที่ยงวันปลูกป่า, อุปกรณ์กันยุงยังจำเป็นเสมอ, ตอนนี้ช่วงหัวค่ำมียุงบ้าง, แต่ดึกๆ, ไม่ค่อยมี, ปากกา, ทริปนี้มีอะไรให้ทุกคนได้จับปากกาเขียนเยอะมาก, ของสำหรับใส่ไทม์แคปซูล, ชิ้นเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะ, เพราะเราต้องใส่ทั้ง, 50ชิ้นลงในกล่องใบเดียวกัน, เดี๋ยวจะใส่ไม่พอ, เรื่องควรรู้, พี่ก้อง, ทรงกลด, ฝากมาประกาศน่ะครับ, ฮี่ฮี่, ประกาศก้อง, ความคิดสร้างสรรค์บางทีก็มีไว้ให้อีกคนหนึ่งยิ้ม, กระติกใส่น้ำส้มใบนี้อาจทำให้คนยิ้มได้วันละหลายคน, เดินถนนอยู่ดีๆ, มีความคิดขำๆ, มาขวางอยู่ตรงหน้า, น่าชื่นใจไม่น้อยไปกว่าน้ำส้ม, ถ้ามีเวลาอ่าน, เหมือนที่พี่เขามีเวลาคิด, ไม่คิดก็ไม่ขำ, แต่เพราะพี่เขาคิด, เราเลยได้ขำ, พี่ช่วยทำให้วันร้อนๆ, เย็นขึ้นตั้งหลายวินาที, เพราะกระติกของพี่, ไม่ได้มีแค่น้ำส้ม, ชอบใจ, จึงยกกล้องขึ้นมา, เอ่ยปากบอกพี่เขาไปว่า, ขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ, เขายิ้ม, เราก็ยิ้ม, เขาคงภูมิใจในผลงาน, เราแอบอ่านจากแววตา, เดินผ่านร้านขายน้ำส้ม, มีสามขนาดให้เลือกดื่ม, กลาง, เล็ก, ปกติคงเป็นแบบนั้น, แต่ร้านนี้เขาเบื่อชื่อเรียกขนาดแบบเดิมๆ, จึงเพิ่มเติมอย่างสร้างสรรค์, แถมยังชวนขันไปด้วย, 167, น่าจะได้ร้องด้วยกัน, ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้จะได้คิดถึงปี๊บใบนั้น, ว่าทุกๆ, วันที่เราไม่เคยย่อท้อ, วันที่เราต่างมีความฝัน, และทำทุกๆ, สิ่งด้วยหัวใจเดียวกัน, เธอยังคงจำมันได้ใช่ไหม, อาจจะทำให้ใจของใครลืมสิ่งนี้, บอกเรื่องราวที่ดีๆ, เตือนให้รู้, ให้ทุกๆ, วันเวลาดีๆ, เหล่านั้น, เธอยังคงจำมันได้ไหม, วันที่เคยร่วมทุกข์, และสุขจนล้นหัวใจ, วันที่เราได้ผ่านมาด้วยกัน, อาจจะทำให้ใจของใครลืมสิ่งนั้น, ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นพันๆ, ให้เธอรู้, กลับมาถึงบ้าน, รูดซิบเป้, หยิบจดหมายใส่ซองสีน้ำตาลที่วางไว้ข้างหมอนตอนเราเผลอออกมาแกะดู, เห็นลายมือก็รู้แล้วว่าเป็นใคร, ลายมือเหมือนน้องจิ๊บ, น้องสาวคนเล็กในทริป, ที่เซ็นไว้ในเฟรนด์ชิพ, ในนั้นมีกระดาษอยู่สามแผ่น, จิ๊บตื่นมาเขียนกลางดึก, แผ่นที่สามเป็นเนื้อเพลงเพลงหนึ่งซึ่งจิ๊บเขียนไว้ข้างใต้ว่า, พวกเรากะจะร้องเพลงนี้ให้พี่ๆ, ฟัง, แต่ไม่มีโอกาสเลย, แกะออกมาร้องเฉย, ร้องไปก็หัวไหล่โยกไป, อยากให้พวกเราได้ร้องเพลงนี้ด้วยกันที่นั่น, หรือบนรถไฟ, เราน่าจะได้ร้องกันนะ, ยังย้อนกลับไปคิดว่า, ตอนที่พี่ก้องชวน, หากบอกว่าไม่ไปจะเป็นยังไงนะ, คงอดเก็บช่วงเวลาดีๆ, อีกช่วงหนึ่งของชีวิตเอาไว้, คนเรามันจะมีช่วงเวลาแบบนี้สักกี่ครั้ง, เป็นโชคดีของผม, และโชคดีของพวกเราที่ได้ใช้เวลาร่วมกันสี่วัน, สามคืน, มาตัดกันในช่วงเวลาสั้นๆ, ซึ่งผมคิดว่าใครลืมได้นี่เก่งโคตร, ขอบคุณปอนด์, สำหรับการเรียกรวมพลอย่างทุ่มเท, รวมถึงยาตะไคร้กันยุงด้วย, ขอบคุณอัพสำหรับเสียงกีต้าร์คลอเสียงแมลงเม่าและเสียงร้องหล่อๆ, กับที่ยอมสละความสำอางโบฮีเมี่ยนมาเลอะเทอะด้วยกัน, มีคำถามหนึ่งที่ลืมถามไป, มึงมีเสื้อยืดแขนสั้นบ้างไหมวะ, อ้อ, ออกจะภูมิใจที่ได้เห็นน้ำตาที่ไร้ความดาร์กของทรงศีล, ขอบคุณพี่ก้องที่เป็นตัวตั้งตัวตีจัดทริปนี้ขึ้นมา, พี่ทำให้ผมมีคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตแล้วว่า, การเดินทางครั้งไหนประทับใจที่สุด, จำได้ไหมพี่, ในซุ้มไม้ไผ่กลางน้ำท่ามกลางเสียงกบระงมนั้น, เราเที่ยวไปถามน้องๆ, เขาว่า, คิดว่ากลับไปจากทริปนี้แล้วตัวเองจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง, หากคำถามเรื่องหนังสือที่เราล้อมวงคุยกัน, ที่ตอบไปว่ามีบางเล่มที่เปลี่ยนความคิด, ผมว่าทริปนี้ก็มีสรรพคุณไม่ต่างกันสำหรับผม, อยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเติมทริปที่คนจัดทั้งสามไม่ค่อยคิดอะไร, ปล่อยว่างๆ, เอาไว้เยอะแยะให้มันเต็มขึ้นมา, ซึ่งสำหรับเราแล้วมันโคตรจะสมบูรณ์เลยล่ะ, ขอบคุณที่ส่งพลังถึงกัน, เกิดมาไม่เคยเห็นกองความฝันใหญ่เท่านี้มาก่อน, เพิ่งรู้ว่าเวลาฝันมากองรวมกันแล้วมันโคตรทรงพลังเลย, เขียนๆ, อยู่นี่ยังกลัวคนเขาหาว่าบ้า, ไปปลูกต้นไม้ไม่กี่ต้นแค่ไม่กี่วันกลับมาฟูมฟายได้ขนาดนี้, อยากอธิบายให้ฟังจริงๆ, อยากรู้ว่าคนอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า, เรานั่งรถกลับบ้านไปแบบเบลอๆ, สงสัยคงกำลังทบทวนเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่ในหัว, เรื่องหลายเรื่องที่เหมือนใครบนนั้นเขียนสคริปต์ขึ้นมา, แต่ไม่ใช่หรอก, แล้วทุกคนช่วยกันเขียนมันขึ้นมาต่างหาก, รู้สึกเหมือนเดินทางไกลมาเป็นเวลายาวนาน, เหมือนห่างจากสถานที่และสิ่งรอบตัวที่เคยชินไปนานมาก, ทั้งที่จริงๆ, แล้วมันก็แค่สี่วัน, แต่เป็นสี่วันที่มีเรื่องราวมากเหลือเกิน, เป็นเรื่องที่อยากจะเล่าให้คนทั้งโลกฟัง, ฟังดูโอเว่อร์, แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ, อยากให้ได้อยู่ด้วยกันที่นั่น, เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางเล่าได้ถึงครึ่งหนึ่งของสิ่งที่มันเกิดขึ้น, อาจเพราะอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและพูดคุยโขมงมาหลายวันล่ะมั้ง, ตอนนั่งรถกลับบ้านคนเดียวก็เลยรู้สึกว่ามันเงียบ, หยิบเฟรนด์ชิพขึ้นมาอ่านในแท็กซี่, อ่านของแต่ละคนก็มีภาพจำคนละอย่างลอยขึ้นมา, จะว่าไปก็ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้มีเฟรนด์ชิพอีกเล่มหลังจากเรียนจบมัธยมแล้ว, ไม่รู้เหมือนกันว่า, หลังจากแยกย้ายกันทั้งบนรถไฟ, และที่หัวลำโพงแล้ว, ทุกคนไปทำอะไรกันบ้าง, แต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับบ้านนั้นมีความคิดลอยวนไปมา, บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่, หรือที่จริงอาจไม่ใช่ความคิดก็ได้มั้ง, ท่าทางจะเป็นความรู้สึกมากกว่า, หันหน้าไปมองรถติดๆ, กับโฆษณาข้างรถเมล์แล้วรู้สึกคิดถึงที่นั่น, จะบ้าหรือไง, ไปแค่สาม, สี่วัน, แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ, รู้สึกเหมือนยังกลับมาไม่ครบ, เหมือนทิ้งอะไรบางอย่างไว้ที่นั่น, และอยากกลับไปอีก, บางคนลงรถไฟไปก่อนถึงหัวลำโพง, แยกย้ายกลับบ้านตามตำแหน่งแห่งที่ของแต่ละคน, คนบนรถไฟถามไถ่กันว่า, เดี๋ยววันนี้ไปไหน, บ้างก็ตอบว่า, รีบไปเข้างาน, บ้างก็บอกว่า, เดี๋ยวจะโทรไปลางาน, จำได้ว่าตอนนั่งรถสองแถวออกมาจากบ้านปางแดงใน, ฮิมพูดทำลายความเงียบขึ้นมาในรถว่า, อยากรู้จังว่า, ทุกคนกลับไปจะทำอะไรเป็นอย่างแรก, ตอบไปว่า, อาบน้ำ, ฮิมส่ายหัว, ไม่เอาดิ, หลังจากอาบน้ำ, เก็บข้าวของแล้วสิ, จะทำอะไร, เชื่อแล้วว่ามีความสุขที่ได้คุยกันจริงๆ, ทันทีที่ตื่นมาก็มานั่งจ้อกันต่อ, เหมือนอย่างที่หมอกิ๊กบอกว่า, ทำอย่างกับไม่เคยเจอกัน, ซึ่งมันก็ถูกแล้ว, แล้วต้องบอกว่า, ทำอย่างกับจะไม่ได้เจอกันอีก, รถไฟก็วิ่งของมันไป, มันเคยหยุดรอใครเสียเมื่อไหร่, พยายามนำสมุดเฟรนด์ชิพส่งต่อให้หลายๆ, คนได้เขียนตัวหนังสือลงไปในนั้น, เพราะรู้ดีว่า, ถ้าเขียนวันอื่นมันก็, ไม่ใช่, แล้ว, อยากได้ตัวหนังสือของเพื่อนร่วมทริปทุกคน, แต่สุดท้ายก็ไม่ครบ, แต่ก็ไม่เป็นไร, เดินไปก็ยังขำเมื่อเห็นคนที่อยู่ตู้เก้าตื่นเช้ามากองอยู่ตู้แปด, เมื่อคืนก็ทำท่าจะไม่นอน, ถ้าไม่มีกฏล็อกประตูตอนสี่ทุ่มก็คงจะคุยกันยันเที่ยงคืนเป็นอย่างน้อย, ความรู้สึกตอนที่เดินสวนกันในวันนี้ต่างกับวันแรก, ที่ตกรถไฟ, อยู่มาก, ความเขินหายไปกลายเป็นความสบายใจเข้ามาแทน, สบายแค่ไหน, รูปถ่ายทั้งหลายคงฟ้องได้, เสียงดุกดิกขลิกขลุกปลุกให้ตื่นขึ้นมา, แสงเช้าแยงตาบอกให้ลืมขึ้นมาสักที, ค่อยๆ, เอื้อมมือไปรูดม่านสีน้ำเงิน, จึงเห็นว่าคนอื่นๆ, บนตู้รถไฟเขาตื่นกันเกือบหมดแล้ว, กำลังจะแหย่ขาลงมาทางบันได, มือแปะไปโดนซองสีน้ำตาลจ่าหน้าซองว่า, คนที่นิ้วกลมที่สุดในโลก, งงๆ, เพราะยังไม่ตื่นดีเท่าไหร่, พลิก, หงายไปมาอยู่สอง, สามที, ก่อนที่ก้าวลงบันไดมาแตะพื้นรถไฟ, แล้วนำมันไปเก็บไว้ในเป้ใบใหญ่สีเทา, คว้าแปรงสีฟัน, บีบยา, แล้วเดินไปที่อ่างล้างหน้า, สวนทางกับเพื่อนๆ, ที่นั่งบนรถไฟมาด้วยกัน, ยิ้มอวดขี้ฟันแล้วกล่าวทักกันว่า, อรุณสวัสดิ์, ไดอารี่วันที่, 2551, ใครว่างๆ, อย่าลืมแวะมานั่งฟังเพลงกันหนุกๆ, หากใครงงสงสัยว่ามันอยู่ตรงไหนบนแผ่นดินไทย, หากมารถไฟฟ้าก็ลงที่สถานีเอกมัย, และกระโดดขึ้นแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์เข้ามา, บอกพี่ๆ, คนขับคนขี่ว่า, เอกมัยซอยสิบ, เมื่อรถจอดจะเห็นลานจอดรถกว้างๆ, หนึ่งลาน, เดินดุ่มๆ, เข้ามาดุ่ยๆ, จนสุดลาน, จะเห็นร้านหนังสือปนอาหารหน้าตาน่ารักที่มีประตูทาสีฟ้าตั้งหราอยู่, ร้านที่ว่าก็คือร้านนั้นนั่นเองครับ, นาโนคอนเสิร์ต, นิ้วแบนด์, ในวันเสาร์ที่, พฤษภาที่กำลังจะเดินทางมาถึงนี้, ขอเปลี่ยนเวลาเป็น, แทนนะครับพ่อแม่พี่น้อง, แดดร่มลมตกน่าจะสบายกายสบายหูมากกว่า, ส่วนสถานที่ยังคงเหมือนเดิม, คือ, ร้านประตูสีฟ้า, เอกมัย, 110, ติดตามตอนต่อไป, บดินทร์, ผมอยากมีร้ายขายยาที่เปิดเพลงแจ๊ส, และมีมุมจิบกาแฟเล็กๆ, เบียร์, พี่บอกว่าพี่ชอบฟังความฝัน, แล้วคนไม่มีฝันจะทำไงดี, ฮิม, อยากเป็นสถาปนิก, ฮิมอยากสร้างตึก, สร้างบ้านครับ, ตาล, แล้วตาลไม่รู้ว่าตาลอยากเป็นอะไร, แต่ที่แน่ๆ, ตาลชอบภาษาจีน, นานา, หนูอยากศึกษาเรื่องการตกแต่งภายใน, จะได้ไปช่วยงานพ่อแม่ที่ร้าน, โลกนี้มีความแตกต่างระหว่างคนมากมาย, หนูอยากช่วยได้เล็กๆ, น้อยๆ, ก็ดี, แป้ง, เราชอบเดินทาง, เราอยากจะเดินทางรอบโลก, เจน, เราอยากเป็นอาจารย์ให้ได้เหมือนอาจารย์ของเรา, ขวัญ, ขวัญอยากทำงานวิจัยที่ไม่วางไว้บนหิ้ง, แต่มีประโยชน์กับชุมชน, บอย, ผมอยากเปิดเว็บไซต์สำหรับเด็กลพบุรี, เกียง, ผมอยากทำหนังสักเรื่อง, บีม, บีมจะไม่ยอมเป็นพนักงานออฟฟิศที่น่าเบื่อ, พี่เอี้ยง, วันหนึ่งจะมีหนังสือสักเล่มที่มีชื่อเราอยู่บนปก, ภูมิ, ผมอยากเปิดสำนักพิมพ์ของตัวเอง, แช่ม, หนูอยากเป็นหมอฟันที่ประเทศลาว, ต้องประเทศลาวด้วยนะ, นัตตี้, ลงไปว่าผมเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อม, นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ, ป้อง, ผมอยากเป็นสถาปนิกและนักเขียนครับ, กิ๊ก, ไม่มียาตัวไหนรักษาได้เท่ากำลังใจจากเพื่อนมนุษย์, โดม, ถ้าปัตตานีสงบ, ผมอยากกลับไปเปิดร้านกาแฟเล็กๆ, ที่นั่น, ภูเขาเปื้อนเมฆแห่งนั้น, เราเคยนั่งคุยกันถึงความฝัน, ความประทับใจ, และอะไรอีกมากมาย, ขอย้ายบ้านไปที่, roundfinger,


Text of the page (random words):
ารหน้าตาน่ารักที่มีประตูทาสีฟ้าตั้งหราอยู่ ร้านที่ว่าก็คือร้านนั้นนั่นเองครับ ใครว่างๆ อย่าลืมแวะมานั่งฟังเพลงกันหนุกๆ นะครับ posted in 29 ใหม่ 62 comments สี่วันอันยาวนาน พ ค 7 2008 ไดอารี่วันที่ 6 พ ค 2551 เสียงดุกดิกขลิกขลุกปลุกให้ตื่นขึ้นมา แสงเช้าแยงตาบอกให้ลืมขึ้นมาสักที ค่อยๆ เอื้อมมือไปรูดม่านสีน้ำเงิน จึงเห็นว่าคนอื่นๆ บนตู้รถไฟเขาตื่นกันเกือบหมดแล้ว กำลังจะแหย่ขาลงมาทางบันได มือแปะไปโดนซองสีน้ำตาลจ่าหน้าซองว่า to คนที่นิ้วกลมที่สุดในโลก งงๆ เพราะยังไม่ตื่นดีเท่าไหร่ พลิก หงายไปมาอยู่สอง สามที ก่อนที่ก้าวลงบันไดมาแตะพื้นรถไฟ แล้วนำมันไปเก็บไว้ในเป้ใบใหญ่สีเทา คว้าแปรงสีฟัน บีบยา แล้วเดินไปที่อ่างล้างหน้า สวนทางกับเพื่อนๆ ที่นั่งบนรถไฟมาด้วยกัน ยิ้มอวดขี้ฟันแล้วกล่าวทักกันว่า อรุณสวัสดิ์ เดินไปก็ยังขำเมื่อเห็นคนที่อยู่ตู้เก้าตื่นเช้ามากองอยู่ตู้แปด เมื่อคืนก็ทำท่าจะไม่นอน ถ้าไม่มีกฏล็อกประตูตอนสี่ทุ่มก็คงจะคุยกันยันเที่ยงคืนเป็นอย่างน้อย ความรู้สึกตอนที่เดินสวนกันในวันนี้ต่างกับวันแรก ที่ตกรถไฟ อยู่มาก ความเขินหายไปกลายเป็นความสบายใจเข้ามาแทน สบายแค่ไหน รูปถ่ายทั้งหลายคงฟ้องได้ เชื่อแล้วว่ามีความสุขที่ได้คุยกันจริงๆ ทันทีที่ตื่นมาก็มานั่งจ้อกันต่อ เหมือนอย่างที่หมอกิ๊กบอกว่า ทำอย่างกับไม่เคยเจอกัน ซึ่งมันก็ถูกแล้ว จริงๆ แล้วต้องบอกว่า ทำอย่างกับจะไม่ได้เจอกันอีก รถไฟก็วิ่งของมันไป มันเคยหยุดรอใครเสียเมื่อไหร่ พยายามนำสมุดเฟรนด์ชิพส่งต่อให้หลายๆ คนได้เขียนตัวหนังสือลงไปในนั้น เพราะรู้ดีว่า ถ้าเขียนวันอื่นมันก็ ไม่ใช่ แล้ว อยากได้ตัวหนังสือของเพื่อนร่วมทริปทุกคน แต่สุดท้ายก็ไม่ครบ แต่ก็ไม่เป็นไร บางคนลงรถไฟไปก่อนถึงหัวลำโพง แยกย้ายกลับบ้านตามตำแหน่งแห่งที่ของแต่ละคน คนบนรถไฟถามไถ่กันว่า เดี๋ยววันนี้ไปไหน บ้างก็ตอบว่า รีบไปเข้างาน บ้างก็บอกว่า เดี๋ยวจะโทรไปลางาน จำได้ว่าตอนนั่งรถสองแถวออกมาจากบ้านปางแดงใน ฮิมพูดทำลายความเงียบขึ้นมาในรถว่า อยากรู้จังว่า ทุกคนกลับไปจะทำอะไรเป็นอย่างแรก ตอบไปว่า อาบน้ำ ฮิมส่ายหัว ไม่เอาดิ หลังจากอาบน้ำ เก็บข้าวของแล้วสิ จะทำอะไร ไม่รู้เหมือนกันว่า หลังจากแยกย้ายกันทั้งบนรถไฟ และที่หัวลำโพงแล้ว ทุกคนไปทำอะไรกันบ้าง แต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับบ้านนั้นมีความคิดลอยวนไปมา บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ หรือที่จริงอาจไม่ใช่ความคิดก็ได้มั้ง ท่าทางจะเป็นความรู้สึกมากกว่า หันหน้าไปมองรถติดๆ กับโฆษณาข้างรถเมล์แล้วรู้สึกคิดถึงที่นั่น จะบ้าหรือไง ไปแค่สาม สี่วัน แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รู้สึกเหมือนยังกลับมาไม่ครบ เหมือนทิ้งอะไรบางอย่างไว้ที่นั่น และอยากกลับไปอีก อาจเพราะอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและพูดคุยโขมงมาหลายวันล่ะมั้ง ตอนนั่งรถกลับบ้านคนเดียวก็เลยรู้สึกว่ามันเงียบ หยิบเฟรนด์ชิพขึ้นมาอ่านในแท็กซี่ อ่านของแต่ละคนก็มีภาพจำคนละอย่างลอยขึ้นมา จะว่าไปก็ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้มีเฟรนด์ชิพอีกเล่มหลังจากเรียนจบมัธยมแล้ว รู้สึกเหมือนเดินทางไกลมาเป็นเวลายาวนาน เหมือนห่างจากสถานที่และสิ่งรอบตัวที่เคยชินไปนานมาก ทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็แค่สี่วัน แต่เป็นสี่วันที่มีเรื่องราวมากเหลือเกิน เป็นเรื่องที่อยากจะเล่าให้คนทั้งโลกฟัง ฟังดูโอเว่อร์ แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ อยากให้ได้อยู่ด้วยกันที่นั่น เพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางเล่าได้ถึงครึ่งหนึ่งของสิ่งที่มันเกิดขึ้น อยากรู้ว่าคนอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า เรานั่งรถกลับบ้านไปแบบเบลอๆ สงสัยคงกำลังทบทวนเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่ในหัว เรื่องหลายเรื่องที่เหมือนใครบนนั้นเขียนสคริปต์ขึ้นมา แต่ไม่ใช่หรอก จริงๆ แล้วทุกคนช่วยกันเขียนมันขึ้นมาต่างหาก อยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเติมทริปที่คนจัดทั้งสามไม่ค่อยคิดอะไร ปล่อยว่างๆ เอาไว้เยอะแยะให้มันเต็มขึ้นมา ซึ่งสำหรับเราแล้วมันโคตรจะสมบูรณ์เลยล่ะ ขอบคุณที่ส่งพลังถึงกัน เกิดมาไม่เคยเห็นกองความฝันใหญ่เท่านี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าเวลาฝันมากองรวมกันแล้วมันโคตรทรงพลังเลย เขียนๆ อยู่นี่ยังกลัวคนเขาหาว่าบ้า ไปปลูกต้นไม้ไม่กี่ต้นแค่ไม่กี่วันกลับมาฟูมฟายได้ขนาดนี้ อยากอธิบายให้ฟังจริงๆ ขอบคุณพี่ก้องที่เป็นตัวตั้งตัวตีจัดทริปนี้ขึ้นมา พี่ทำให้ผมมีคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตแล้วว่า การเดินทางครั้งไหนประทับใจที่สุด จำได้ไหมพี่ ในซุ้มไม้ไผ่กลางน้ำท่ามกลางเสียงกบระงมนั้น เราเที่ยวไปถามน้องๆ เขาว่า คิดว่ากลับไปจากทริปนี้แล้วตัวเองจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง หากคำถามเรื่องหนังสือที่เราล้อมวงคุยกัน ที่ตอบไปว่ามีบางเล่มที่เปลี่ยนความคิด ผมว่าทริปนี้ก็มีสรรพคุณไม่ต่างกันสำหรับผม ขอบคุณอัพสำหรับเสียงกีต้าร์คลอเสียงแมลงเม่าและเสียงร้องหล่อๆ กับที่ยอมสละความสำอางโบฮีเมี่ยนมาเลอะเทอะด้วยกัน มีคำถามหนึ่งที่ลืมถามไป มึงมีเสื้อยืดแขนสั้นบ้างไหมวะ อ้อ ออกจะภูมิใจที่ได้เห็นน้ำตาที่ไร้ความดาร์กของทรงศีล ขอบคุณปอนด์ สำหรับการเรียกรวมพลอย่างทุ่มเท รวมถึงยาตะไคร้กันยุงด้วย ยังย้อนกลับไปคิดว่า ตอนที่พี่ก้องชวน หากบอกว่าไม่ไปจะเป็นยังไงนะ คงอดเก็บช่วงเวลาดีๆ อีกช่วงหนึ่งของชีวิตเอาไว้ คนเรามันจะมีช่วงเวลาแบบนี้สักกี่ครั้ง เป็นโชคดีของผม และโชคดีของพวกเราที่ได้ใช้เวลาร่วมกันสี่วัน สามคืน มาตัดกันในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งผมคิดว่าใครลืมได้นี่เก่งโคตร กลับมาถึงบ้าน รูดซิบเป้ หยิบจดหมายใส่ซองสีน้ำตาลที่วางไว้ข้างหมอนตอนเราเผลอออกมาแกะดู เห็นลายมือก็รู้แล้วว่าเป็นใคร ลายมือเหมือนน้องจิ๊บ น้องสาวคนเล็กในทริป ที่เซ็นไว้ในเฟรนด์ชิพ ในนั้นมีกระดาษอยู่สามแผ่น จิ๊บตื่นมาเขียนกลางดึก แผ่นที่สามเป็นเนื้อเพลงเพลงหนึ่งซึ่งจิ๊บเขียนไว้ข้างใต้ว่า พวกเรากะจะร้องเพลงนี้ให้พี่ๆ ฟัง แต่ไม่มีโอกาสเลย แทนที่จะอ่าน แกะออกมาร้องเฉย ร้องไปก็หัวไหล่โยกไป อยากให้พวกเราได้ร้องเพลงนี้ด้วยกันที่นั่น หรือบนรถไฟ เราน่าจะได้ร้องกันนะ วันเวลาดีๆ เหล่านั้น เธอยังคงจำมันได้ไหม วันที่เคยร่วมทุกข์ และสุขจนล้นหัวใจ วันที่เราได้ผ่านมาด้วยกัน แต่ว่าเวลาที่ผ่านพ้นไป อาจจะทำให้ใจของใครลืมสิ่งนั้น อยากจะมีเพลงๆ หนึ่ง ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นพันๆ ให้เธอรู้ ให้ทุกๆ ครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้ นั้นยังมีรักอยู่ เคยเป็นยังไงในตอนนี้ขอให้รู้ ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป และทุกๆ ครั้งที่ได้เพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะนานเท่าไร เราจะมีกันและกัน เป็นหนึ่งในดวงใจตลอดไป ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน วันที่เราไม่เคยย่อท้อ วันที่เราต่างมีความฝัน และทำทุกๆ สิ่งด้วยหัวใจเดียวกัน เธอยังคงจำมันได้ใช่ไหม แต่ว่าเวลาที่ผ่านพ้นไป อาจจะทำให้ใจของใครลืมสิ่งนี้ อยากจะมีเพลงๆ หนึ่ง บอกเรื่องราวที่ดีๆ เตือนให้รู้ ว่าทุกๆ ครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้ นั้นยังมีรักอยู่ เคยเป็นยังไงในตอนนี้ขอให้รู้ ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป และทุกๆ ครั้งที่ได้เพลงนี้ ก็ขอให้รู้ที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะนานเท่าไร เราจะมีกันและกัน เป็นหนึ่งในดวงใจตลอดไป ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน น่าจะได้ร้องด้วยกัน ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้จะได้คิดถึงปี๊บใบนั้น posted in 29 ใหม่ 167 comments คิดแล้วขำ เมษายน 30 2008 เดินผ่านร้านขายน้ำส้ม มีสามขนาดให้เลือกดื่ม ใหญ่ กลาง เล็ก ปกติคงเป็นแบบนั้น แต่ร้านนี้เขาเบื่อชื่อเรียกขนาดแบบเดิมๆ จึงเพิ่มเติมอย่างสร้างสรรค์ แถมยังชวนขันไปด้วย ชอบใจ จึงยกกล้องขึ้นมา เอ่ยปากบอกพี่เขาไปว่า ขอถ่ายรูปหน่อยนะครับ เขายิ้ม เราก็ยิ้ม เขาคงภูมิใจในผลงาน เราแอบอ่านจากแววตา ความคิดสร้างสรรค์บางทีก็มีไว้ให้อีกคนหนึ่งยิ้ม กระติกใส่น้ำส้มใบนี้อาจทำให้คนยิ้มได้วันละหลายคน เดินถนนอยู่ดีๆ มีความคิดขำๆ มาขวางอยู่ตรงหน้า น่าชื่นใจไม่น้อยไปกว่าน้ำส้ม ถ้ามีเวลาอ่าน เหมือนที่พี่เขามีเวลาคิด ไม่คิดก็ไม่ขำ แต่เพราะพี่เขาคิด เราเลยได้ขำ พี่ช่วยทำให้วันร้อนๆ เย็นขึ้นตั้งหลายวินาที เพราะกระติกของพี่ ไม่ได้มีแค่น้ำส้ม posted in 04 ไอเดีย 69 comments ประกาศก้อง เมษายน 30 2008 พี่ก้อง ทรงกลด ฝากมาประกาศน่ะครับ ฮี่ฮี่ 9 เรื่องควรรู้ ของผู้ที่จะนั่งรถไฟไปดาวหางกับถั่วงอกครับ 1 ชาวกรุงเทพฯ เจอกันเวลา 18 00 ที่หัวลำโพงที่หน้าห้องซื้อตั๋วล่วงหน้า ด้านขวาของห้องซื้อตั๋วปกติ ถ้าไม่เจอกันสักที เราจะโทรหา 2 ผู้ที่จะตามไปสมทบที่เชียงใหม่ เจอกันที่สถานีรถไฟก่อน 9 30 น ตรงวงเวียนเล็กๆ ด้านหน้า ถ้าไม่เจอกัน เราก็จะโทรหา 3 สภาพอากาศตอนนี้ ที่เชียงดาวฝนตกบ่อยๆ กลางคืนอากาศเย็นชุ่มฉ่ำ 4 ตอนปลูกป่ามีโอกาสเปียกและเละ กลัวลื่นใส่รองเท้าผ้าใบ กลัวเลอะใส่รองเท้าแตะ 5 ถ้ามีถุงพลาสติกติดตัวไว้สำหรับใส่กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูป ตอนฝนตกจะดีมาก 6 เอากระติกน้ำหรือขวดน้ำติดตัวกันไปด้วยนะ สำหรับอาหารเที่ยงวันปลูกป่า 7 อุปกรณ์กันยุงยังจำเป็นเสมอ ตอนนี้ช่วงหัวค่ำมียุงบ้าง แต่ดึกๆ ไม่ค่อยมี 8 ปากกา ทริปนี้มีอะไรให้ทุกคนได้จับปากกาเขียนเยอะมาก 9 ของสำหรับใส่ไทม์แคปซูล ชิ้นเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะ เพราะเราต้องใส่ทั้ง 50ชิ้นลงในกล่องใบเดียวกัน เดี๋ยวจะใส่ไม่พอ แล้วเจอกันนะครับ posted in 09 ข่าวสาร 24 comments ทุกคนชอบใครบางคน เมษายน 29 2008 เชยมากครับ ผมไม่เคยไป หอศิลป์ บ้าน จิม ทอมป์สัน jim thomson art center กับเขาเลยสักครั้ง ได้ข่าวว่ากำลังจัดงาน ต้มยำปลาดิบ วันนี้ก็เลยแวะไปชิม หม้อไม่ใหญ่ แต่อร่อยดีเชียวครับ ทั้งที่อยู่กลางเมือง กระเถิบมาจากมาบุญครองไม่เท่าไหร่ แต่พอเข้าไปแล้วเหมือนเป็นอีกเมืองหนึ่ง มันสงบเงียบดีจริง บรรยากาศเรือนไทยก็ชวนให้รู้สึกสบาย ในความสบายก็มีความหรูสอดตัวอยู่ในนั้นเหมือนกัน แต่นิทรรศการที่ด้อมไปดูมา เขาให้ดูฟรี ไม่เสียตังค์สักบาทสักเยน ต้มยำปลาดิบ แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นการเทรวมอาหารจานเด็ดของสองประเทศใส่ในหม้อเดียว เสียดายที่วันนี้ไม่ได้พกกล้องติดตัวไป ไม่งั้นคงได้ถ่ายรูปมาแบ่งกันดูเล่น งานที่แสดงไว้ก็ชวนชมทุกชิ้น แอนิเมชั่นที่ขยับพร้อมกับคนดู ต้องใส่เสื้อที่เตรียมไว้ให้จึงจะมองเห็น ของพี่ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร กับคุณวชิราภรณ์ ลิมวิภูวัฒน์ ก็สนุกดี หนังสั้นๆ ของคุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ก็มีเสน่ห์ กิโมโนที่ทอจากด้ายมัดหมี่ก็งามหยด แต่ที่ชอบที่สุดคืองานของ สึโยชิ โอซาว่า ในโถงใหญ่แห่งนั้นมีกองฟูกหุ้มผ้าลายสวยซ้อนกันขึ้นไปหลายชั้นเป็นภูเขาที่น่ารักเอาการ ฝาผนังฝั่งตรงกันข้าม มีรูปวาดลายเส้นของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ติดไว้เต็มผนัง ผมหยิบซองๆ หนึ่งขึ้นมา ในนั้นมีกระดาษขนาดโปสการ์ดสองแผ่น แผ่นหนึ่งมีรูปวาดอยู่แล้ว อีกแผ่นหนึ่งว่างเปล่า ตัวหนังสือสีส้มสดใสด้านหลังเขียนไว้ว่า everyone likes someone as you like someone tsuyoshi ozawa เจ้าของลายเส้นไร้เดียงสา แต่อาร์ตเหลือล้ำ ในซองที่ผมหยิบขึ้นมาคือ น้อง jenna อายุห้าขวบ มุมกระดาษเขียนมา queensland art gallery ผมเดาเอาว่ามันน่าจะมาจากที่นั่น ไกลเหมือนกันนะเนี่ย ขณะที่กำลังงงก็ลองพลิกหน้าซองขึ้นมาดู เขาเขียนหน้าซองเอาไว้แบบนี้ครับ ทุกคนชอบใครบางคน เหมือนที่เธอชอบใครบางคน ภาพวาดภายในซองนี้ วาดโดยใครบางคนในอีกประเทศหนึ่ง เป็นภาพของคนพิเศษของพวกเขาเหล่านั้นและเป็นของที่ระลึกสำหรับเธอ 1 วาดภาพใบหน้าคนพิเศษของเธอลงบนไปรษณียบัตรเปล่าภายในซอง 2 นำภาพที่เธอวาดเสร็จแล้ว ไปหย่อนลงกล่องรับจดหมายใบใดใบหนึ่ง วันหนึ่งภาพของเธออาจเป็นของที่ระลึกสำหรับใครบางคนในอีกประเทศหนึ่งเช่นกัน แค่อ่านก็ยิ้มแล้ว แต่ความสนุกไม่หมดแค่นั้น เมื่อวาดเสร็จ เรายังต้องปีนขึ้นไปหย่อนไปรษณียบัตรกันถึงยอดเขา แถมภูเขาลูกนี้ก็น่านอนหลับตรงนั้นเสียจริง นุ่ม เย็น สบาย ผมเก็บรูปวาดของน้องเจนนากลับบ้านมา ว่างๆ จะนำมาแปะโชว์ครับ แล้วหย่อนรูปคนพิเศษของผมลงไปในกล่อง ไม่รู้เหมือนกันว่าวันหน้ามันจะเดินทางไปอยู่ในมือของใคร ประเทศไหน หยิบรูปวาดผู้หญิงปากแดงหัวยุ่งๆ ของน้องเจนนาขึ้นมาดูอีกรอบ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เธอผู้นี้เป็นใคร รู้อย่างเดียวว่า เธอไม่ใช่คนธรรมดา เพราะมีคนแอบชอบเธออยู่ตั้งหนึ่งคน posted in 29 ใหม่ 44 comments มีท่อไม่มีท้อ เมษายน 28 2008 ปากซอยเล็กๆ ที่สีลมถูก ขุด เพื่อวางท่อเป็นบ่อลึก เดินลำบาก เรียกได้ว่าแทบจะเดินเข้าไปในซอยไม่ได้ ร้านอาหารของป้าแกอยู่ในซอย ลูกค้าเดินเข้าซอยไม่ได้ จะขายยังไง หารู้ไม่ นั่นคือจุดขายที่ดี ใครก็รู้ว่าที่สีลมคนเยอะจะตายไป หนาแน่นที่สุดใน กทม ไหมนะ ตอนกลางวันทุกร้านจะเต็มไปด้วยคน ป้าแกออกมายืนตะโกนอยู่เหนือหัวของพนักงานขุดท่อ ว่า ข้าวแกงอร่อยๆ ในซอย โต๊ะว่าง ไม่ต้องรอ สั่งปุ๊บได้ปั๊บเลยค่ะ posted in 29 ใหม่ 32 comments ปาสคาล เมษายน 28 2008 ปาสคาล เป็นชาวฝรั่งเศส ฉลาดเลขกับดวงดาว มีชีวิตราว ค ศ 1623 1662 ว่ากันว่าเขามีชีวิตที่อมโรค ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาไม่คายมันออกมา อมไว้เยอะ เลยตายไว จากโลกไปตอนสามสิบเก้า ข้อมูลยังบอกอีกว่า ผ่านชีวิตหลากหลาย ก่อนตายคงคุ้มแล้ว เพราะลือว่าแกฟุ้งเฟ้อ แล้วไฉนจึงกลับใจ มิได้ระบุไว้ในเล่ม รู้แต่ แกใช้ชีวิตบั้นปลายเขียนหนังสือที่ถือกันว่าคลาสสิก ภาษาสลวยความคิดลึกซึ้ง ซึ่งผมไม่เคยอ่าน เป็นความคำนึงสั้นๆ เรียบเรียงเป็นหมวดหมู่ เป็นข้อคิดก่อนนอน บ้างทำให้หลับสบาย บ้างก็ชวนกระวนกระวายใจ เห็นบอกว่า ฝรั่งมักมีวางไว้ที่หัวเตียง มนุษย์ยิ่งใหญ่ตรงที่รู้ว่าเขาน่าสมเพชเพียงใด คนเราชอบปิดบัง โกหก และปากว่าตาขยิบทั้งกับตัวเองและกับคนอื่น หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก จากตัวอย่างที่ยกมา ไม่แน่ใจว่าอ่านแล้วจะหลับสบายหรือฝันร้ายกันแน่ แต่ชอบไอเดียหนังสือหัวเตียง มีคำดีๆ ไว้อ่านสักสองสามประโยค อาจไม่จำเป็นต้องใช้ปาสคาลหรือภาษาซี แทนที่จะอ่าน ลองเปลี่ยนเป็นเขียนแทน สะสมไว้ทุกวัน ก่อนนอน พอแก่ตัว เขียนไม่ไหว ค่อยเอามาย้อนอ่าน คงสำราญใจ pense es คือชื่อหนังสือเล่มนั้น วันนี้ลองกันสักหนึ่งประโยคไหม ประโยคอะไรจะทำให้หลับสนิท โลกหมุนด้วยความคิด เมื่อหยุดความคิด โลกก็หยุดหมุน ชวนพี่น้องมาชุลมุนคนละประโยค ก่อนเอาหัวโขกหมอน นอนแล้วอย่าลืมตื่น posted in 05 คน 37 comments ความสำเร็จของการเกิดมา เมษายน 27 2008 ยิ้มให้บ่อยที่สุด หมายถึงยิ้มให้ตัวเอง และให้คนอื่น ตื่นเช้าๆ นอนดึกสักหน่อย จะได้มีเวลาดูโลกมากๆ เห็นโลกให้มากที่สุด นั่นหมายถึงเดินเล่นดูโลกเยอะๆ ไม่ต้องกินทุกสิ่งที่อร่อย แต่น่าจะอร่อยกับทุกสิ่งที่กิน ไม่ต้องรักทุกคน ไม่ต้องทำให้ทุกคนรัก แค่มีบางคนที่รักกันจริงๆ หายใจในจังหวะที่พอดี ไม่ถี่ ไม่เนือยจนเกินไป ได้อยู่กับครอบครัว ปล่อยมุกให้เขาฮา และฮามุกของเขา สะสมปัญญา ไม่ใช่เพราะอยากฉลาด แต่จะได้ไม่ทุกข์ เข้าใจโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าใจมันอย่างที่มันเป็น ในโลกมีคน เข้าใจโลกหมายถึงเข้าใจผู้คนด้วย โกรธให้น้อย ชีวิตสั้น โกรธกันมันเสียเวลา ดื่มน้ำให้มาก นั่นหมายถึงน้ำทุกประเภท บางวันโค้กก็อร่อย บางวันก็โออิชิ บางวันก็ชาอู่หลง เกิดมาตั้งนาน จะดื่มน้ำอย่างเดียวมันเศร้าไปหน่อย แต่ไม่น่าดื่มอะไรซ้ำๆ กันนานๆ เดี๋ยวจะหวานหรือจืดเกิน แต่น้ำไม่ใช่คน คนไม่ได้มีไว้ดื่ม และคนหนึ่งคนก็มีหลายรสชาติ คบคนจำนวนมาก หากดูแลใส่ใจเขาได้ หากไม่ไหว น้อยไว้อาจจะดีกว่า หาความตื่นเต้นใหม่ๆ ให้ชีวิตบ่อยๆ จะได้รู้สึกอยากหายใจต่อไป ไม่ทิ้งขยะไว้บนโลก โลกมีขยะเยอะแล้ว สร้างสรรค์อะไรทิ้งไว้บ้าง มุมหนึ่งคือจะได้ภูมิใจ อีกมุมคือ ความหมายของการเกิดมา ฟังเพลงเพราะๆ ไม่ด่าเพลงที่ตัวเองคิดว่าไม่เพราะ เพราะอาจมีคนอื่นเขาชอบเพลงนั้นก็ได้ เอาปากมาร้องเพลงที่เราชอบ ดีกว่าเอาปากไปด่าเพลงที่ไม่ชอบ อ่านหนังสือให้เยอะที่สุด หนังสือดีๆ อ่านทั้งชีวิตก็ไม่หมด ถ้าใช้เวลากับเรื่องไร้สาระน้อย จะมีเวลาให้เรื่องมีสาระเยอะ แต่เรื่องมีสาระมีมาก เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ สาระ ของแต่ละคนต่างกัน เรื่องไร้สาระของบางคนอาจเป็นเรื่องมีสาระของบางคน มีหนังสือหลายเล่มที่อยากอ่านก่อนตาย ถ้าตายแล้วไม่ได้อ่านก็วางมันไว้บนโลกนี่แหละ ถ้าชาติหน้ามีจริงจะกลับมาอ่าน ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว คุยกับคนต่อหน้ามากกว่าผ่านอินเตอร์เน็ต เวลาจ้องตากันนี่มันดีนะ หลับให้สบาย วางความคิดไว้ข้างเตียง เกิดมาทั้งทีควรหลับฝันดีทุกคืน หรือไม่ก็ไม่ต้องฝัน หากมีคนที่เราอยากให้เขาฝันดี น่าจะบอกเขาบ่อยๆ มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดจะบันดาลให้มันเป็นจริงหรอก แต่เขาจะได้รู้สึกดีตั้งแต่ก่อนฝันแล้ว เวลาหลับเราต้องการความสงบ เวลาตื่นต่างหากที่เราอยากยิ้ม เกิดมาทั้งทีน่าจะได้ทดลองทำในสิ่งที่อยากทำ รู้ได้ไงว่าจะได้เกิดมาลองอีกหน โทรไปถามพระพรหมแล้วหรือ ความสำเร็จ คือการได้ลงมือทำ ความผิดพลาดคือ อยากแล้วไม่ลอง ผิดคือครู ไม่ผิดจะเรียนรู้จากใคร เวลาผ่านไปทุกวัน โอกาสก็ยิ่งน้อยลง เคารพคนแก่ที่น่าเคารพ เช่นเดียวกับเคารพเด็กที่น่าเคารพ วันหนึ่งเราจะแก่เหมือนเขา ศึกษาจากความแก่ ดูแลความชรา เลือกดูทีวีที่ น่าดู ใครก็รู้ว่า น่าดู คืออะไร ของใครก็ของมัน ไปทะเลบ้าง ทะเลมันกว้าง ใหญ่ ช่วยขยายใจได้ ไปภูเขาบ้าง ภูเขามันสูง ตระหง่าน อยู่นานกว่าคน ขำ เวลาที่อยากขำ ไม่ต้องอั้นทำเก๊กว่า ไม่เห็นขำตรงไหน ชม เวลาเจออะไรที่ชอบ เก็บเอาไว้ ตายไปไม่ได้บอก ชื่นชม สิ่งที่อยากชื่นชม หากมัวเอาเวลาไปตั้งแง่ จะเหลือเวลาที่ไหนให้ชื่นชม ความสำเร็จอาจเหมือนก้อนอิฐ ที่ต้องก่อร่างทีละก้อน เพื่อเห็นผลสำเร็จในปั้นปลาย หากไม่ก่อวันนี้จะมีตึกไหม หรืออาจเหมือนลมหายใจที่ไหลวนปนอยู่ในชีวิตทุกวินาที แทนที่จะสำเร็จตอนอายุสี่สิบ ห้าสิบ หกสิบ หรือเจ็ดสิบ ทำไมเราไม่สำเร็จมัน ณ วินาทีนี้เลย คนเราอาจประสบความสำเร็จได้ในทุกวินาที แต่เราจะประสบความสำเร็จได้ คงต้องตอบตัวเองก่อนว่า นิยามของความสำเร็จของเราคืออะไร เมื่อตอบได้ และทำมันสำเร็จ นั่นอาจนับได้ว่า เกิดมา เราประสบความสำเร็จแล้ว แรงบันดาลใจจาก ralph waldo emerson จะนำมาแปะในวันถัดไปครับ posted in 29 ใหม่ 67 comments older posts สิงหาคม 2026 จ อ พ พฤ ศ ส อา 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 พ ค คลังเก็บ พ ค 2008 เมษายน 2008 ตุลาคม 2007 กันยายน 2007 สิงหาคม 2007 กรกฎาคม 2007 มีนาคม 2007 กุมภาพันธ์ 2007 มกราคม 2007 ธันวาคม 2006 พฤศจิกายน 2006 เรื่องล่าสุด ย้ายไป exteen ครับ เราเคยนั่งคุยกันที่นั่น นิ้วแบนด์เปลี่ยนเวลา สี่วันอันยาวนาน คิดแล้วขำ หมวดหมู่ ติดต่อ นิ้วกลม ลงนามเยี่ยมบ้าน 01 สถานที่ 02 ห...
Thumbnail images (randomly selected): * Images may be subject to copyright.GREEN status (no comments)
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket
  • Photobucket

Verified site has: 54 subpage(s). Do you want to verify them? Verify pages:

1-5 6-10 11-15 16-20 21-25 26-30 31-35 36-40 41-45 46-50
51-54


The site also has references to the 2 subdomain(s)

  wordpress.com  Verify   subscribe.wordpress.com  Verify


Top 50 hastags from of all verified websites.

Supplementary Information (add-on for SEO geeks)*- See more on header.verify-www.com

Header

HTTP/1.1 301 Moved Permanently
Server nginx
Date Sat, 29 Aug 2026 21:38:31 GMT
Content-Type text/html
Content-Length 162
Connection keep-alive
Location htt????/roundfinger.wordpress.com/
Alt-Svc clear
Server-Timing a8c-cdn, dc;desc=cdg, cache;desc=BYPASS;dur=1.0
HTTP/2 200
server nginx
date Sat, 29 Aug 2026 21:38:31 GMT
content-type text/html; charset=UTF-8
vary Accept-Encoding
x-hacker Want root? Visit join.a8c.com/hacker and mention this header.
host-header WordPress.com
link <htt????/public-api.wordpress.com/wp-json/?rest_route=/sites/roundfinger.wordpress.com>; rel= htt????/api.w.org/
vary accept, content-type, cookie
link <htt????/wp.me/2iNG>; rel=shortlink
content-encoding gzip
x-ac 25.cdg _dca MISS
alt-svc clear
strict-transport-security max-age=31536000
server-timing a8c-cdn, dc;desc=cdg, cache;desc=MISS;dur=765.0

Meta Tags

title="r o u n d f i n g e r |"
http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=UTF-8"
name="robots" content="max-image-preview:large"
name="generator" content="WordPress.com"
property="og:type" content="website"
property="og:title" content="r o u n d f i n g e r"
property="og:description" content="บ้ า น พั ก ฝ า ก อ า ก า ศ"
property="og:url" content="htt????/roundfinger.wordpress.com/"
property="og:site_name" content="r o u n d f i n g e r"
property="og:image" content="htt????/s0.wp.com/i/blank.jpg?m=1383295312i"
property="og:image:width" content="200"
property="og:image:height" content="200"
property="og:image:alt" content=""
property="og:locale" content="th_TH"
property="fb:app_id" content="249643311490"
name="description" content="บ้ า น พั ก ฝ า ก อ า ก า ศ"
id="bilmur" property="bilmur:data" content="" data-provider="wordpress.com" data-service="simple" data-site-tz="Etc/GMT-7" data-custom-props='{"logged_in":"0","wptheme":"pub\/whiteasmilk","wptheme_is_block":"0"}'

Load Info

page size134720
load time (s)0.817419
redirect count1
speed download40971
server IP 192.0.78.12
* all occurrences of the string "http://" have been changed to "htt???/"