If you are not sure if the website you would like to visit is secure, you can verify it here. Enter the website address of the page and see parts of its content and the thumbnail images on this site. None (if any) dangerous scripts on the referenced page will be executed. Additionally, if the selected site contains subpages, you can verify it (review) in batches containing 5 pages.
favicon.ico: parchya.wordpress.com - .

site address: parchya.wordpress.com redirected to: parchya.wordpress.com

site title: ...

Our opinion (on Friday 28 August 2026 20:51:03 UTC):

website (probably) only for adults * website (probably) only for adults ! YELLOW status (not for everyone) - not for everyone
After content analysis of this website we propose the following hashtags:



Meta tags:

Headings (most frequently used words):

ก้าว, รอ, 57, ปี3, ฉบับที่, latest, posts, blogroll, on, january, 2011, november, 2010, no, ครุ่นคำนึงความคิดถึง, วันดอกไม้ร่วง, สิญจน์, สวรรค์เสก, พีพี, กวิสรา, ส้มลิ้ม, ugly, princess, saranya_nok, worm, ชาย, ชมจันทร์,

Text of the page (most frequently used words):
jen (14), babara (13), ก้าว (10), กับ (9), com (8), คุณวินทร์ (8), หรือ (8), ดาร์วิน (8), were (8), ฯลฯ (7), คือ (7), wordpress (5), #กวิสรา (5), 2500 (5), สิญจน์ (5), สวรรค์เสก (5), would (5), ไม่แน่ (5), parchya (4), http (4), www (4), worm (4), พ่อ (4), ตอบ (4), ถาม (4), นอน (4), ชาร์ลส์ (4), แฮ่ม (4), รัชกาลที่ (4), 798 (4), เช่น (3), เมธีคะ (3), ugly (3), princess (3), ส้มลิ้ม (3), ปักกิ่งในม่านฝน (3), ครับ (3), เมื่อหยุดสังเกต (3), ข้าพเจ้าก็ตาย (3), และ (3), แปลว่า (3), ว่า (3), the (3), เลข (3), พีพี (3), เปลี่ยน (3), ส่วน (3), ปิดทองประดับกระจก (3), ถ้าฉันเป็น (3), โจนส์ (3), หลวงปู่ชา (3), แน่ (3), สมัครสมาชิกแล้ว (2), สมัครเป็นสมาชิก (2), ปี3 (2), ฉบับที่ (2), ตุลาคม (2), saranya_nok (2), 100 (2), เธอหมุนรอบฉัน (2), ฉันหมุนรอบเธอ (2), เธอดึงดูดฉัน (2), ฉันดึงดูดเธอ (2), ความรัก (2), นภพลภูมิสิริ (2), ระดับ (2), เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนี้ (2), เส้นทางแห่งความรัก (2), ยอดดอยอินทนนท์ (2), 565 (2), 400 (2), ที่ (2), เบื้องหลังของด้านหลัง (2), แด่ (2), ธรรมชาติรอบกาย (2), ความเชื่ออันหลากหลาย (2), หลายครั้งหลายหนที่ครุ่นคิดถึงคำถามจากวิถีชีวิตอันแตกต่าง (2), ความคิดของเราจะได้ไหลเวียนไปในทุกทิศทางที่ได้สัมผัสผ่าน (2), ภายในสายตาของการเดินทาง (2), saraya_nok (2), สิ่งที่พบ (2), 2553 (2), ที่นี่ (2), บ้านเรา (2), แม่ (2), หัวใจคนไกลบ้าน (2), ครุ่นคำนึงความคิดถึง (2), วันดอกไม้ร่วง (2), ภาพ (2), ตัด (2), ต่อ (2), เที่ยวบิน (2), 614 (2), พาฉันเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่กรุงปักกิ่งตั้งแต่เวลาสิบโมงเศษ (2), เวลาเกือบห้าชั่วโมงที่ต้องนั่งอยู่กับเก้าอี้ริมหน้าต่าง (2), ฉันและชายหนุ่มข้างกายใช้มันไปกับการทานอาหารจืดชืด (2), ดื่มไวน์ขาวกล่อมอารมณ์สองแก้ว (2), แล้วดูเดี่ยวไมโครโฟนตอน (2), จาก (2), ipad (2), เครื่องน้อย (2), การรับชมเรื่องบันเทิงตลกขบขัน (2), ทำให้เวลาที่เคลื่อนไหวกายไปไหนไม่ได้ไกลไม่ทรมานมากนัก (2), แม้ว่าเราจะรับชมมันมากว่าสามครั้งแล้วก็ตาม (2), จากนั้น (2), เมื่อแอร์โฮสเตสสาวคนสวย (2), ยืนยิ้มหวานพลางกระพุ่มมือไหว้ (2), และกล่าว (2), ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ (2), ตรงหน้าทางออกราวสี่โมงของเมืองจีน (2), คณะเดินทางยี่สิบกว่าชีวิตของเราก็ถึงท่าอากาศยานปักกิ่ง (2), เราต้องนั่งรถบัสอีกหกนาทีเพื่อไปรับกระเป๋าอีกอาคารหนึ่ง (2), ท่ามกลางกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งที่ชาวคณะและคนพื้นถิ่นมากมายระบายควันเทาออกมาจากปอด (2), เอกลักษณ์ข้อหนึ่งของเมืองจีนแสดงตัวต่อหน้าเราเดี๋ยวนั้น (2), เพราะว่าแทบไม่มีพื้นที่ใดในจีนที่คนเราจะสูบบุหรี่ไม่ได้ (2), วินทร์ (2), เลียววาริณ (2), แก่ (2), เป็นอยู่ (2), เมื่อ (2), เจ้า (2), ผู้รู้ (2), shrewsbury (2), เมืองชรูสบรี่ (2), แสวงหา (2), กฎแห่งความเป็นไปของสิ่งทั้งมวล (2), เพราะ (2), ทฤษฎีวิวัฒนาการ (2), ประเทศอังกฤษ (2), ค้นพบเพราะค้นหา (2), เดือน (2), หากได้ล้าน (2), อัน (2), ปีที่ผ่านมา (2), สะแหวง (2), ขณะหนึ่งเดินทาง (2), posted (2), ให้ความเห็น (2), uncategorized (2), ใหม่ (2), เอาล่ะ (2), are (2), what (2), you (2), สำหรับฉันแล้ว (2), มิตรภาพ (2), พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (2), ประดิษฐานอยู่ใน (2), ตัว (2), พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (2), วัดพระแก้ว (2), สวัสดีปีใหม่ (2), ที่ว่า (2), for (2), นั้น (2), พระธรรม (2), ตถตา (2), แห่ง (2), นั่นคือ (2), พัฒนา (2), เปลี่ยนแปลง (2), เริ่มต้น, ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย, ยุบแถบนี้, จัดการการสมัครสมาชิก, เว็บใน, การอ่าน, รายงานเนื้อหานี้, เข้าสู่ระบบ, ลงทะเบียน, ความเป็นส่วนตัว, มีบัญชี, อยู่แล้วเหรอ, เข้าสู่ระบบตอนนี้, ลงทะเบียนให้ฉัน, บลอกที่, thegoodman, nubalm, cafe, tuleedin, bysoul, เด็กหญิงปิยวรรณ, เจ๊เบียบที่เคารพ, วราห์ชา, ริมระเบียงใบไม้, พี่หิ่งห้อย, ปุถุชน, ผู้มีลมหายใจเป็นบทกวี, ประทีป, จิตติ, ซดหมี่เป็ดแกล้มบทกวี, blogroll, latest, posts, สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับดอยอินทนนท์ได้ที่, doiinthanon, blog, inthanon46, ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก, อนุสารอสท, หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, ประจำวันที่, 2550, นิตยสาร, advanced, thailand, geographic, กระทู้หัวข้อ, โดย, winbookclub, viewanswer, php, qid, 11503, แรกทีเดียวนั้นฉันคิดเพียงอยากจะไปสัมผัสและแสวงหาเส้นทางแห่งความรักกิ่วแม่ปานที่ไม่เคยไปสัมผัสมาก่อน, แต่ถึงตอนนี้ฉันพบว่า, ไม่เพียงแค่กิ่วแม่ปาน, แต่ทุกย่างก้าว, ทุกเส้นทางที่พวกเราสัมผัสนั่นคือเส้นทางแห่งความรัก, ทุกที่มีความรักได้, ถ้าหากในหัวใจของเราเปี่ยมล้นด้วยความรัก, เช้าวันสุดท้ายเราไป, นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ, วันนั้นเป็นวันอาทิตย์มีผู้คนไปที่นั่นมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ, เราไหว้ครูบาศรีวิชัยที่ด้านหน้าก่อนที่จะเข้าไปไหว้องค์พระธาตุด้านในกัน, หลังจากนั้นก็นั่งรถขึ้นไปชม, พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์, อันเป็นพระตำหนักที่ใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ที่นั่นมีสวนกุหลาบขนาดใหญ่, มีดอกกุหลาบดอกใหญ่หลากสีและสวยงามมาก, เดินขึ้นไปเรื่อย, ก็จะไปถึงพระตำหนักของสมเด็จย่า, ซึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูงดงาม, วันที่เราไปนั้นเป็นวันเดียวกับวันที่สมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศศรีลังกาเสด็จมา, เราจึงได้รับเสด็จพระองค์ด้วย, ก่อนเดินทางกลับจากเชียงใหม่, เราไปแวะซื้อของฝากพวกอาหารเหนือกันที่ตลาดสดต้นพยอม, แล้วจึงเดินทางไปยังสนามบินเชียงใหม่, เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ, และกลับถึงกรุงเทพ, ในเวลา, เราลงจากดอยอ่างขาง, กลับไปยังตัวเมืองเชียงใหม่, เอาสัมภาระเข้าเก็บในโรงแรมเล็ก, แห่งหนึ่ง, ก่อนที่จะออกไปช็อปปิ้งที่ถนนคนเดินกันในคืนนั้น, ฉันเพิ่งเคยมาถนนคนเดินเป็นครั้งแรก, รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก, ที่นี่มีสินค้าพื้นเมืองขายตลอดแนวถนนซึ่งยาวมาก, มีนักศึกษาหาทุนไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นระยะ, สินค้าที่มาจำหน่ายก็มีหลากหลาย, ทั้งเสื้อผ้าที่เพนท์เอง, ทอเอง, ถักเอง, โมบาย, พวงกุญแจตุ๊กตา, รูปแกะสลัก, ฉันมาสะดุดตาตรงจุดที่มีศิลปินวาดภาพเหมือนมานั่งกันเป็นแถว, ฉันเคยคิดอยากวาดภาพเหมือนของตัวเองมานานแล้ว, แต่หาเวลาและภาพถ่ายที่ชัดเจนของตัวเองมาเป็นแบบไม่ได้สักที, เลยอยากลองให้คนอื่นวาดให้, ฉันเลือกคนวาดภาพที่ใช้ดินสอสีน้ำตาลเพราะฉันคิดว่าสีที่เขาใช้สวยดี, ถึงแม้ภาพที่เขาวาดออกมาจะไม่เหมือนนัก, แต่ฉันก็ไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายไป, เป็นเพราะว่าฉันได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ในการเป็นแบบให้คนวาดภาพ, เพิ่งรู้ว่าการเป็นแบบนี่ค่อนข้างเมื่อยที่ต้องทำตัวอยู่นิ่ง, และเขินมาก, ที่มีคนมามุงดูเด็มไปหมด, บางคนถ่ายภาพไปด้วยน่ะสิ, เมื่อได้เวลานัดหมายพวกเราก็กลับที่พักกัน, เราแวะร้านขายของที่ระลึกซึ่งอยู่ภายในกรีนเฮาส์ที่มีไม้ดอกไม้ประดับมากมาย, ฉันหาซื้อของฝากเพื่อน, มองไปยังชั้นจำหน่ายดอกไม้แห้งที่จัดเป็นช่อ, เป็นตะกร้าอย่างสวยงาม, ทำให้ความทรงจำช่วงหนึ่งหวนคืนมา, ดอกไม้แห้งกระถางหนึ่งที่นี่เคยถูกซื้อไปฝากชายคนหนึ่งที่ฉันคิดว่ารัก, ฉันเองก็ไม่รู้ว่ากล้าทำไปได้อย่างไร, แต่ถ้าหากเขาไม่เป็นคนบอกฉันเสียก่อนว่าเขาแต่งงานแล้ว, ใครจะรู้วันหนึ่งฉันอาจเป็นคนขอเขาคนนี้แต่งงานเหมือนในบทความของอาวินทร์ก็เป็นได้, ฉันไม่ได้หวังคำตอบรับหรืออะไรหรอกนะ, เพียงแค่อยากพูดอะไรออกไปสักอย่าง, อยากให้เขารู้ว่า, เขาเป็นคนดีในแบบที่ฉันรักเท่านั้นเอง, ฉันคิดว่าความรักนั้นยากจะให้คำนิยามหรือกำหนดขอบเขต, เราจะรู้จักได้เมื่อเรารู้สึกเอง, วันที่, เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่, เพื่อไปยัง, ดอยอ่างขาง, ซึ่งคนขับรถบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทางจากดอยอินทนนท์ถึงยอดดอยอ่างขางประมาณ, เส้นทางขึ้นดอยอ่างขางคดเคี้ยวและสูงชัน, หากใครที่คิดว่าจะไปและเป็นคนที่เมารถฉันแนะนำให้พกยาป้องกันอาการเมารถติดตัวไปด้วย, บนดอยอ่างขางมีสวนพฤกษชาติที่หลากหลาย, ทั้งสวนบอนไซ, สวนหิน, สวนดอกบ๊วย, สวน, สวนสตรอเบอรี่, และสวนกุหลาบ, เราแวะทานอาหารว่างกันที่ร้านอาหารภายในบริเวณสวน, ฉันเลือกดื่มน้ำสตรอเบอรี่ปั่น, ส่วนเพื่อน, ก็ดื่มลาเต้บ้าง, โกโก้เย็นบ้าง, ฉันคิดว่าน้ำสตรอเบอรี่ปั่นที่นี่ใช้สตรอเบอรี่เกือบ, เปอร์เซนต์เลยทีเดียว, เพราะเข้มข้นมากไม่เหมือนกับที่เคยดื่มที่ไหนมาก่อน, แล้วเราก็สั่งเค้กช็อกโกแลตกับเค้กแครอทมาอย่างละ, ชิ้นเพื่อมาแบ่งกันชิม, ฉันบอกไม่ถูกเลยว่ามันนุ่ม, หอม, และอร่อยแค่ไหน, คิดว่าพวกคุณลองไปชิมเองจะดีกว่า, ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า, จะมีไหมหนาที่ลอยอยู่เองเฉยๆ, ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย, ไม่เคยไม่เห็นเลยสักดวง, ดาวของฉันเธอว่าห่างไกลลิบๆ, แต่ดาวไหนๆ, มันก็อยู่ไกลกันทั้งนั้น, ดาวของเธอฉันว่าก็เหมือนกัน, กี่ปีแสงนั้นอย่านับเลย, เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน, ฤดูก็เปลี่ยนผัน, การหมุนก็ผันแปร, เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน, ชีวิตก็เปลี่ยนผัน, เปลี่ยนไปจากเดิม, เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ, ให้ใกล้กัน, เกิดอาการ, แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง, และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน, ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย, ทั้งดาวเคราะห์น้อย, ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ, ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง, มีเส้นทางหมุนของตัวเอง, และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า, ฟังเพลงได้ที่, katikala, news, chaliang, ther, shtml, หลังจากสักการะพระมหาธาตุกันแล้ว, เราเดินทางไปถ่ายภาพกันที่จุดชมวิว, แล้วไปเที่ยวชมตลาดท้องถิ่นของชาวเขา, ซึ่งมีพืชผักผลไม้สด, และราคาย่อมเยาจำหน่าย, แล้วจึงกลับที่พัก, คืนนั้นฟ้าโปร่งมาก, ฉันจึงชวนเพื่อนออกไปดูดาว, แต่บริเวณที่พักของเราเป็นป่าสนสามใบ, มีบริเวณที่สามารถมองเห็นดาวน้อย, แต่เราก็ยังเห็นได้หลายดวง, ฉันคิดว่าถ้าเราอยู่บริเวณที่โล่งกว่านี้เราก็อาจเห็นดาวนับล้านบนฟากฟ้านั้นทีเดียว, ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกคิดถึงเพื่อน, หลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต, และไม่ได้มาเที่ยวกับเราในครั้งนี้, แต่ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันสักแค่ไหน, เราผูก, พันกันไว้ได้ด้วย, แล้วฉันก็คิดถึงบทเพลงหนึ่งของวงเฉลียง, จากเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน, เราเดินทางไปสักการะ, พระมหาธาตุนภเมทนีดล, ช่วงเวลาที่เราไปนั้น, พระธาตุนภเมทนีดลกำลังได้รับการบูรณะอยู่, แต่ก็ยังสามารถเข้าไปภายในเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำพระธาตุได้, พระธาตุนภเมทนีดล, เป็นพระธาตุที่ทางกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ, ร่วมใจสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ, พรรษา, เมื่อปีพุทธศักราช, 2530, และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ, พระบรมราชินีนาถ, เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ, รอบ, เมื่อวันที่, สิงหาคม, 2535, โดยรอบบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง, องค์, สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างชัดเจน, พระมหาธาตุทั้ง, องค์นี้, มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน, มีฐานเป็นรูป, เหลี่ยม, มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น, เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา, ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึก, ฉันได้ซื้อเสื้อโค้ทกันหนาวของโครงการหลวงซึ่งนำมาจำหน่ายในราคาไม่แพงไปฝากคุณแม่ด้วย, เส้นทางช่วงแรกที่เป็นป่าดิบเขานั้นทางเดินค่อนข้างชัน, เราต้องเดินขึ้นเนินเขาตลอด, ถึงแม้ว่าในป่าจะมีต้นไม้มากมาย, แต่ฉันก็รู้สึกหายใจไม่ทันและเหนื่อยง่ายมาก, คงเป็นเพราะบริเวณนั้นเป็นที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก, อากาศจึงเบาบาง, พวกเราก็ต้องคอยดูแลกันและกันไปตลอดเส้นทาง, เมื่อถึงบริเวณหนึ่งน้องทรายมัคคุเทศก์นำทางก็บอกให้พวกเราหลับตาแล้วจับมือกันไว้, เราต้องผ่านรากไม้บ้าง, เส้นทางที่ลื่นบ้าง, หรือหลุมบ่อบ้าง, แต่เราก็ช่วยบอกทางกันตลอด, จนมาถึงจุดหนึ่ง, น้องทรายบอกให้เราลืมตา, สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เราต้องร้องโอ้โห, เนื่องจากต้นไม้ที่เราเห็นมากมายนั้นได้หายไปหมด, มีเพียงเนินเขาที่เต็มไปด้วยต้นหญ้าสั้น, และดอกไม้เล็ก, น่ารัก, บริเวณนี้คือทุ่งหญ้าอัลไพน์, ข้างหน้านั้นเราเห็นเมฆก้อนใหญ่, เคลื่อนตัวเข้ามาหาเราในบางขณะ, บรรยากาศราวกับอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งความฝัน, เราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน, ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยัง, ช่วงสันเขาซึ่งข้าง, เป็นหน้าผาชัน, บริเวณหน้าผาชันนั้น, มีต้นกุหลาบพันปีต้นไม้สัญลักษณ์แห่งเทือกเขาหิมาลัยขึ้นเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง, วันที่เราไปนั้นมีกุหลาบพันปีสีแดงที่เรียกว่า, คำแดง, ออกดอกให้เห็นบ้าง, แต่ถ้ามาในช่วงระหว่างปลายเดือนพ, ก็จะได้เห็นดอกกุหลาบพันปีสีแดงสดผลิบานประดับอยู่เต็มหน้าผา, คละเคล้ากับหมอกเมฆที่เคลื่อนตัวเข้ามา, ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นโรแมนติกทีเดียว, เราเดินเลาะริมหน้าผาจนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายซึ่งมีลักษณะเป็นป่าดิบเขาอีกครั้ง, การเดินป่าในครั้งนี้นอกจากจะทำให้เรารักกันมากยิ่งขึ้นแล้ว, ยังทำให้เรารู้ว่าเรารักกันแค่ไหน, ก็ความรักของพวกเรามีระดับขีดความสูงเท่าระดับท้องฟ้าเชียวล่ะ, ออกจากอ่างกาหลวงเราเดินทางไปยัง, เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน, ที่นี่เราต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตเข้าชม, และต้องมีมัคคุเทศน์ประจำถิ่นเป็นคนนำทางในการเดิน, มัคคุเทศน์ประจำถิ่นบอกกับเราว่า, จะแบ่งเป็น, ลักษณะ, ป่าดิบเขา, ทุ่งหญ้าอัลไพน์, และบริเวณหน้าผา, ฉันเคยทราบมาจากหนังสือสารคดีเล่มหนึ่งว่า, ถือได้ว่าเป็น, ว่ากันว่าใครที่ไม่มีคู่ถ้ามาเดินเส้นทางนี้จะได้คู่, ใครมีคู่แล้วก็จะรักกันมากยิ่งขึ้น, แต่มาคราวนี้ฉันไม่คิดอะไรเรื่องนี้เพราะพวกเราล้วนมีแต่ผู้หญิง, และฉันเองก็ไม่คิดอยากจะมีคู่เสียด้วย, แต่หลังจากที่เดินจนครบเส้นทางแล้ว, ฉันจึงเข้าใจว่าทำไมเส้นทางนี้จึงเรียกว่าเป็น, บริเวณอ่างกาหลวงจะมีสะพานไม้ทอดยาวตลอดเส้นทางเพื่อไม่ให้เราเดินไปเหยียบสิ่งมีชีวิตตามทางนั้น, ที่อ่างกาหลวงนี้เองที่เรามีโอกาสได้เห็นนกกินปลีหางยาวเขียวซึ่งเป็นนกประจำถิ่น, ก่อนหน้าที่ฉันจะไปดอยอินทนนท์, ฉันได้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, ที่บอกไว้ว่าเนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น, ดอยอินทนนท์เองก็ต้องเผชิญกับสภาวะนี้เช่นกัน, ทำให้มอสบางส่วนเกิดการแปรสภาพไป, รวมทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่นบางพวกก็ไม่ยอมมาอาศัยอยู่, ฉันมาคราวนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอ่างกาหลวงจากที่เคยมาเมื่อสมัยเป็นเด็ก, วันนี้ฉันสังเกตเห็นว่าต้นไม้ในอ่างกาหลวงหลายต้น, ห่มผ้าสีน้ำตาลแทนที่จะเป็นสีเขียวขจีอย่างที่เคยเห็น, แต่เรายังโชคดีที่ได้เห็นนกประจำถิ่น, แม้เพียงชนิดเดียวก็ตาม, ถ้าหากเรายังไม่ช่วยกัน, รักโลก, ในวันนี้, ฉันก็ไม่อยากจะคิดว่า, ลูกหลานของเราจะมาเห็นอ่างกาหลวงในสภาพเช่นไร, ผืนป่าที่แน่นทึบทำหน้าที่เป็นเครื่องผลิตและกรองน้ำฝน, ก่อนปล่อยลงกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่อ่างกาหลวง, ซึ่งมีป่าพรุเป็นพรมชั้นดีดูดซับไว้, ก่อนจะค่อย, รินไหลลงสู่เบื้องล่าง, ผ่านลำธารสายหลักคือ, ลำน้ำขุนวาง, ลำน้ำแม่กลาง, ลำน้ำแม่ยะ, ไหลรวมลงสู่ลำน้ำแม่แจ่ม, ลำน้ำสาขาสำคัญของลำน้ำปิง, เช้าวันต่อมาเราตื่นกันแต่เช้าตรู่, เพื่อขึ้นไปเที่ยวชม, ซึ่งมีความสูง, จากระดับน้ำทะเล, ตั้งตระหง่านอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย, อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่ทอดตัวผ่านชมพูทวีปเข้าสู่ภาคเหนือของไทย, อุณหภูมิบนยอดดอยวันนั้นวัดได้, องศาเซลเซียส, หนาวจนเราต้องสวมเสื้อกันถึงสามชั้น, เราไปถ่ายรูปกันบริเวณจุดสูงสุดของประเทศไทย, ไปซื้อของที่ระลึก, และเดินไปยังฝั่งตรงข้ามร้านขายของที่ระลึก, บริเวณนั้นเป็นทางลงเพื่อไปยัง, เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง, เส้นทางนี้ยาวประมาณ, มีลักษณะเป็นป่าดิบเขาและป่าพรุ, เรือนยอดไม้แน่นทึบ, แสงสว่างสาดส่องลงมาได้เพียงรำไร, ลำต้น, กิ่ง, ก้าน, มีมอส, ไลเคนส์, เฟิร์น, ฝอยลมห่อหุ้มระโยงระยางเหมือน, ต้นไม้ใส่เสื้อ, ซึ่งเป็นการปรับตัวตามธรรมชาติอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันความหนาวเย็น, บรรยากาศดูขมุกขมัวลึกลับคล้าย, ป่าดึกดำบรรพ์, ในอดีตกาล, เมื่ออาทิตย์โรยแสงลง, ความมืดก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่, ความหนาวเย็นนั้นจับตัวทั่วบรรยากาศ, พวกเราไปนั่งทานอาหารเย็นกันที่โรงอาหารของทางอุทยาน, อาหารที่สั่งส่วนใหญ่จะเป็นเมนูผัก, เพราะผักบนดอยนั้นสดและน่าทานมาก, ก่อนที่จะกลับที่พักในที่สุด, สถานีวิจัยโครงการหลวง, เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์, 2522, โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือชาวเขาให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง, ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น, ในขณะเดียวกันรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น, ตลอดจนป้องกันการบุกรุกป่าไม้, ต้นน้ำ, ลำธาร, โดยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการทำไร่เลื่อนลอย, มาทำการเกษตรในพื้นที่ถาวร, งานวิจัยที่ดำเนินการที่นี่, งานวิจัยไม้ดอก, งานวิจัยผัก, งานวิจัยพืชไร่, งานวิจัยสตรอเบอรี่, และงานวิจัยปลาเรนโบว์เทราท์, ภายในสถานีวิจัยโครงการหลวงนั้นมีเส้นทางเดินเท้าไปชมน้ำตกสิริภูมิ, บริเวณสวนหลวงสิริภูมิด้วย, หลังจากนั้นเราก็เดินทางขึ้นดอยต่อไป, เพื่อไปยังที่พักของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ประมาณกม, เราติดต่อขอกุญแจห้องพักซึ่งเป็นบ้านพักขนาด, หลัง, ก่อนที่จะนำสัมภาระไปเก็บยังบ้านพัก, เราเดินทางไปยังสถานีเกษตรโครงการหลวงก่อนที่จะถึงเวลาที่จะปิดทำการในเวลา, สถานที่ที่เราเดินทางไปต่อจากนั้นคือ, น้ำตกวชิรธาร, ซึ่งอยู่ที่กม, ของถนนสายจอมทอง, ที่นี่เราไม่ต้องเดินเท้าต่อไปอีก, เพราะจากบริเวณจอดรถ, ก็สามารถเห็นน้ำตกได้เลย, ช่วงที่เราไปยังเป็นช่วงที่น้ำมาก, น้ำตกวชิรธารจึงดูสวย, ละอองน้ำที่กระเซ็นนั้นมากมายจนบางครั้งเกิดเป็นสายรุ้งให้เห็นได้ชัดเจน, ขณะที่พวกเราเองก็ต้องเปียกปอนไปตาม, กันเมื่อไปถ่ายรูปกันที่บริเวณน้ำตก, เมื่อเดินขึ้นไปอีกสักหน่อย, ก็ถึงจุดชมวิวน้ำตกแม่ยะ, น้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมามีความสูงราว, 260, กว้าง, ตระหง่านอยู่ตรงหน้าเรา, พวกเราชื่นชมความงาม, พร้อมบันทึกภาพร่วมกันอย่างสนุกสนาน, ก่อนที่จะพากันอำลาน้ำตกที่สวยงามแห่งนั้นไป, หลังจากเดินทางออกจากพระธาตุจอมทองแล้ว, เราก็มุงหน้าไปยังดอยอินทนนท์กัน, ดอยอินทนนท์เป็นเสมือนหลังคาของประเทศไทย, เป็นปลายทางของเทือกเขาหิมาลัย, จากเชิงดอยจนถึงยอดดอยประกอบไปด้วย, ป่าเต็งรัง, ป่าดิบแล้ง, ป่าดิบเขาตอนล่าง, และป่าดิบเขาตอนบน, มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากมาย, เริ่มตั้งแต่เชิงดอยเราแวะที่, น้ำตกแม่ยะ, เป็นน้ำตกแรกที่อยู่บริเวณเชิงดอยอินทนนท์, เมื่อรถจอดที่บริเวณลานจอดรถ, เราต้องเดินเท้าไปตามทางเดินที่ทางอุทยานได้จัดทำไว้ไปอีกประมาณ, 500, ก็ได้เห็นน้ำตกขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่ไม่ไกลจากสายตาเรานัก, แต่ก่อนที่เราจะเดินไปยังจุดชมน้ำตกให้ใกล้ชิดยิ่งกว่านั้น, เราแวะทานอาหารกลางวันกันริมสายน้ำที่กำลังไหลระเรื่อย, ท่ามกลางสายฝนที่พรำลงมา, เราต้องเร่งทานอาหารเพราะไม่รู้ว่าฝนจะตกลงมาหนักกว่านี้อีกไหม, อาหารมื้อนี้ถึงแม้จะทานอย่างเร่งร้อนไปหน่อย, แต่ก็ได้บรรยากาศแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน, พระธาตุจอมทองเบื้องหน้าเรา, เป็นสีทองเหลืองอร่ามงดงามยิ่ง, เมื่อเพื่อนของฉันไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนจากคุณยายคนหนึ่ง, คุณยายเล่าให้ฟังว่า, พระธาตุองค์จริงนั้นไม่ได้อยู่ในพระสถูปเจดีย์ขนาดใหญ่และงดงามองค์ที่เราเห็นกันอยู่, หากแต่อยู่ภายในวิหารหลวงพ่อเพชร, เมื่อเรานมัสการพระสถูปเจดีย์ด้านหน้าเสร็จแล้ว, จึงเดินเข้าไปสักการะหลวงพ่อเพชรและพระธาตุองค์จริงในวิหาร, บริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่มีผู้คนมาถือป้ายรอรับนักท่องเที่ยวกลุ่มของตนอยู่มากมาย, พวกเราเองก็ต้องโทรหารถตู้ที่เราติดต่อไว้, เมื่อพบกับคนขับรถตู้แล้ว, เราก็ไม่รอช้ารีบเดินทางไปยังสถานที่แรกนั่นคือ, พระธาตุจอมทองวรวิหาร, กันเลย, ประมาณ, รถไฟเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งพร้อม, กับดวงตะวันที่ส่องแสงมาทักทายเรา, เราก็เดินไปที่ตู้เสบียงกันเพื่อทานอาหารเช้า, ตู้เสบียงเป็นตู้ที่ไม่ได้ติดแอร์, ฉันได้สัมผัสกับอากาศยามเช้าที่สดชื่นพร้อม, กับไออุ่นจากอาหารเช้า, รู้สึกว่าร่างกายตื่นตัวเต็มที่พร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้แล้ว, พอถึงเวลา, พนักงานบนรถไฟก็ประกาศขอบคุณทุกคนที่มาใช้บริการ, รถไฟแล่นมาถึงปลายทางแล้ว, แล้วเวลา, ของวันที่, รถไฟก็ออกจากชานชาลา, จนถึงสถานีสามเสนเพื่อนของเราอีกคนก็ขึ้นมาสมทบกับเรา, พวกเรานั่งคุยกันไปเรื่อย, จนกระทั่งพนักงานบนรถไฟมาปูที่นอนให้ในเวลาประมาณ, เราแยกย้ายกันทำภารกิจส่วนตัว, บางคนก็เข้านอนแต่หัวค่ำ, ส่วนฉันเป็นคนนอนดึกจนเคยชินจึงยังไม่ง่วงนอน, ฉันอาศัยหลอดไฟถนอมสายตาที่ติดไว้บนหัวนอน, อยู่กับเรื่องราวในบางกะโพ้งที่นำติดกระเป๋าไปด้วย, จนในที่สุดก็ต้องเข้านอนเพื่อเก็บแรงไว้ท่องเที่ยวในวันพรุ่งนี้, ฉันก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบคู่เก่งที่คลายออกให้แน่น, ก่อนที่จะก้าวเดินตามเพื่อนอีก, คนไปขึ้นรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่, กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, เราเดินขึ้นไปและหาเลขที่นั่งของพวกเรา, ขบวนรถไฟสายนี้ดูราวกับว่าเป็นขบวนรถไฟสาย, international, ตลอดระยะทางที่เดินล่วงผ่านนั้น, เต็มไปด้วยนักเดินทางชาวต่างประเทศ, โบกี้ที่เรานั่งก็เช่นกัน, ฉันนับจำนวนคนไทยได้เพียง, คนเท่านั้น, ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิคของรถไฟทำให้นักเดินทางชาวต่างประเทศส่วนหนึ่งชื่นชอบก็เป็นได้, เมธี, และชาวดอย, บางที, อาจมีปรัชญามากมายแฝงอยู่ในนั้นอีก, ทุกวันนี้ฉันยังคงไปนอนแหงนมองดูเมฆขาวบนฟ้าเมื่อมีโอกาส, แต่ฉันไม่ได้มีเพื่อนเป็นจินตนาการหรือเรื่องราวของเมฆเหล่านั้นแล้วล่ะค่ะ, เพราะฉันมีหลานตัวน้อยคอยเป็นเพื่อนนอนมองเมฆอยู่ข้าง, เสียงเจื้อยแจ้วคอยไถ่ถามรูปทรงบนฟ้า, ราวกับว่าเธอกำลังพูดคุยกับเพื่อนของเธออยู่, ส่วนฉันนอนฟังยิ้ม, ถึงสำเนียงเสียงบนท้องฟ้าที่ส่งลงมาหาเธอ, มองเมฆบนดอยอินทนนท์อีกครั้งก่อนกลับ, เมฆก้อนขาวไกล, ซึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้, เป็นละอองไอให้พยายามเอื้อมมือคว้า, นั้นมีปรัชญาที่เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากไปกว่าการสมมติตัวตนของเมฆขึ้นมา, แล้วสุดท้ายก็พบว่า, มันไร้ตัวตน, อีกทั้งบางสิ่งบางอย่างภายในใจที่เราดั้นด้นแสวงหา, บางครั้งเราจะได้ค้นพบในท้ายที่สุดว่า, เรากำลังแสวงหาเพียง, อะไร, เหมือนอย่างบางจินตนาการหรือความคิดที่ระเหยหายจากสมองและใจของเราได้ไม่ยาก, หากเราไม่ยึดติดและสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นขึ้นมา, เปล่าเลย, เพราะแท้จริงแล้วจินตนาการเรื่องราวยิ่งใหญ่ของฉันยามอยู่บนพื้นดิน, กลับเป็นเพียงกลุ่มละอองน้ำซึ่งรวมตัวกันล่องลอยบางเบาอยู่ในอากาศ, และพบเพียงว่า, เมฆ, ไร้รูป, รถแล่นจนถึงจุดสูงสุดบนยอดดอยที่ความสูง, เมตรเหนือระดับน้ำทะเล, ตรงจุดชมวิวที่นั่น, เรายืนอยู่เหนือเมฆเสียอีก, มองเมฆขาวที่ลอยต่ำจากด้านบน, อาจเป็นเมฆที่หันหน้าลงสู่เบื้องล่าง, ก้มมองผู้คนเดินดินตัวเล็ก, หรืออาจเป็นเมฆที่จ้องมองเราอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เรายังติดดินต่ำต้อย, ถึงเวลานี้, ใช่หรือว่าเรายิ่งใหญ่กว่าเมฆบนฟ้า, ในบางวันอันเงียบสงบบนลานดินกว้างซึ่งปกคลุมด้วยหญ้าเขียวขจีรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่, ฉันมักจะผ่อนคลายจากการงาน, ปลดปล่อยจินตนาการไปกับการนอนราบมองดูเมฆขาวที่พราวฟ้า, แล้วให้นึกไปว่า, เมฆก้อนนั้นก้อนนี้เป็นตัวแทนของบางสิ่งบางอย่าง, มีเวลาก็จะผูกเรื่องราวแต่งเติมบทบาทให้กับเมฆขาวเหล่านั้น, ราวกับว่าจินตนาการกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน, ฉันเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ด้วยรถตู้ที่ร่วมกันเช่ามากับเพื่อน, บนหนทางของดอยสูงที่สุดในประเทศไทยซึ่งวางตัวอยู่ด้านบนขุนเขาอันยิ่งใหญ่นั้นราบเรียบเกินกว่าที่มันควรจะเป็น, สิ่งนี้ทำให้จิตใจของเรารื่นรมย์ไปกับความงดงามสองข้างทางได้อย่างสนิทใจ, รถยิ่งแล่นสูงขึ้นเท่าใด, ปุยเมฆขาวที่เคยสูงเสียดฟ้ายิ่งดูเหมือนว่าจะใกล้จนสามารถเอื้อมมือคว้า, หรือแม้แต่ความสงสัยในรูปทรงของเมฆบนฟ้า, หลายปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่, นั่นไม่ใช่ครั้งแรกของฉันที่ได้เดินทางไปยังจังหวัดนั้น, และไม่ใช่ครั้งแรกบนยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย, ดอยอินทนนท์, ดอกไม้โรยไปหมดแล้วพ่อ, ดอกไม้คงแตกช่อจากกอใหม่, รักษาตัวนะแม่ฉันอยู่ไกล, น้องพี่, อย่าถลำไถลจากบ้านไปอีกคน, ปีหนึ่งก็นาน, นานเสียฉันหวั่น, แล้วต้องผ่านกี่ปีแล้วต้องผ่านกี่วัน, แหละคือนิรันดร์, แห่งความทุกข์ในใจ, น้อง, และบ้าน, สั่นไหวดวงวิญญาณของฉันหนักหนา, ฉันไม่เคยตระหนัก, แม้นวันฉันร่ำลา, จวบได้เห็นว่า, ดวงตามิเห็นกัน, โรยไปหมดแล้ว, ทุกดวงดอกไม้, กลิ่นแล้งหนาวไล้โลมใจดวงเศร้า, อยากกลับไปบ้าน, แนบเรือนนานเนา, กลับสู่วัยเยาว์วันฉันผ่านล่วงมา, จนดอกไม้พร่างเต็มสวนเรา, แรงพ่อถากถาง, ระเบียงน้ำค้าง, ดอกไม้พร่างใช่ไหมพ่อ, ลูกเคยเฝ้ารอ, พ่อเคยเฝ้าสร้าง, พ่อปลูกดอกไม้, ลูกเด็ดมาวาง, ชีวิตพลัดหาย, จากกันมาไกล, ลูกยังหยั่งได้ทุกความห่วงหา, หลายครั้งร่ำไห้, แด่วันเวลา, ใดหนอปรารถนา, พาชีวิตมาไกลทาง, บอกพ่อของฉันบอกน้องของฉัน, กี่วันผ่านมายังเฝ้าคิดถึง, ที่นี่ดอกไม้โรย, ลมโชยรำพึง, ยังแอบเห็นซึ่ง, ซึ้งเศร้าแววตา, ไปซบอกแม่และบอกแม่ว่า, ใจข้ามขอบฟ้ามาอยู่ใกล้ใกล้, อยากกลับมาหาเจียนจะขาดใจ, กลิ่นผมกรุ่นไออยู่ในคนึง, ฝากลมแผ่วผ่านเอารักไปส่ง, ไปโอบกอดต้นไม้ทุกต้นที่คง, โอบกอดที่เหลือหลง, จากชีวิตคนไกล, คิดเอ๋ยคิดถึงระเบียงน้ำค้าง, คิดถึงลอมฟาง, กองฟืน, คืนหนาว, คิดถึงแสดสดของดอกทองกวาว, และขอบฟ้าสีขาววันสายหมอกลง, การเดินทาง, การแสวงหา, มีต่อฉบับหน้าค่ะ, เกือบห้าทุ่ม, เราเดินทางมาถึงโรงแรม, yuan, และแยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อพักผ่อนกายา, ความเหน็ดเหนื่อยจากระยะทางยาวไกลและความง่วงที่มาพร้อมกับอาหารอิ่มเต็มท้อง, ทำให้เราไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครมากนัก, สิ่งสำคัญประการเดียวที่เราทำคือ, แปรงฟันอาบน้ำ, แล้วคลานตัวขึ้นเตียงเพื่อเหยียดกายตรงบนเตียงนอนเสียที, พรุ่งนี้มีรายการเดินทางยาวไกลให้พบเจอแน่นอน, อาหารจีนมื้อแรกที่ได้ลิ้มรสชาติใช้ได้, มีผัดผัก, ผัดเผ็ด, เป็ดปักกิ่ง, ซุป, สลัด, เนื้อไข่นานาชนิดปรุงกันมาต่างแบบ, เว้นแต่ปลาเนื้อสวยจานหนึ่งที่อุดมด้วยก้างเกินจะกล่าวไหว, เราเรียกปลาจานนี้ว่า, ปลาเรียกสติ, เพราะใครจะคีบปลาจานนี้, ต้องมีสติตรึกตรองมากพอที่จะแยกชิ้นเนื้อกับกิ่งก้างออกจากกันให้ได้ด้วยความพยายามระดับเทพทีเดียว, เสร็จสิ้นจากการซื้อของบรรดามี, เราเดินทางอีกหลายสิบนาทีเพื่อไปร้านอาหารเหล่าหวังย่า, ร้านอาหารเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องเป็ดปักกิ่งระดับจักรพรรดิ, อาหารสิบอย่างรสชาติพอรับไหว, เบียร์ไวน์สัญชาติจีนรสอ่อนพอกล่อมแกล้ม, แถมกลิ่นบุหรี่ที่ฟ่องฟุ้งเต็มร้าน, ก็อย่างที่เล่ามา, แม้แต่ในร้านอาหาร, คนจีนเขาก็สูบบุหรี่กันตามถนัดไม่มีใครว่า, เว้นเสียแต่อากาศที่เราต้องพบเผชิญ, ยามออกมาจากร้านนี่สิ, เอาเรื่องพอควรเลยสำหรับเสื้อเชิ้ตบางๆ, ตัวเดียวที่ฉันสวมอยู่, สองทุ่มเศษ, เราเดินทางมาถึงตลาดรัสเซีย, แหล่งขายของปลอมเกรดเอที่โด่งดังในปักกิ่ง, พื้นที่เต็มอาคารสี่ชั้นอุดมไปด้วยสินค้าเลียนแบบหลากชื่อหลายชนิด, กระเป๋ารองเท้านาฬิกาเสื้อผ้ามูลค่าเรือนแสนเรือนล้าน, กลับกลายมาวางขายในราคาไม่กี่หยวนจนเพื่อนร่วมทางหลายคนของฉันกระเป๋าเบาไปโข, ตัวฉันเองก็วิ่งโร่เข้าร้านเหมือนกัน, แต่เป็นร้านขายกาแฟกับแซนวิชที่มีเบียร์เย็นๆ, รอย้อมใจ, อาการเมื่อยมากมายจากการเดินทางค่อยคลายเมื่อกระเพาะสบายขึ้นคราวนี้, คนนำเที่ยวท้องถิ่นบอกกับพวกเราว่า, วันนี้ทั้งวันที่ปักกิ่ง, ฝนตกตั้งแต่เช้าจนบัดนี้ยังไม่มีขาดสาย, เอาสินะ, เป็นเช่นนี้เองชีวิต, ฝนตกตลอดเวลา, หลังจากลากกระเป๋าเบาเท่าก้อนหินสิบตันขึ้นรถ, นรกในการเดินทางก็เริ่มขึ้น, เป็นเรื่องไม่คาดฝันที่พายุฝนฟ้าคะนองจะพาดผ่านมาในแถบนี้แบบกะทันหัน, อุณหภูมิพื้นถิ่นที่ตรวจสอบมาก่อนเดินทางเดิมทีราว, องศา, ฉันเตรียมใจมารับความร้อนปกติเหมือนอยู่กรุงเทพฯ, แต่เมื่อฝนตก, เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย, ความหนาวเย็น, องศาก็ครอบคลุมทั้งเมืองพร้อมมหกรรมรถติดสนิทนิ่งอยู่กับที่สามชั่วโมง, ฉันนั่งจับเจ่าบนรถบัสด้วยความเมื่อย, หิว, ง่วงจนแอบงีบไปสิบห้านาที, แล้วก็ตื่นขึ้นมาพบกับบรรดาช่างภาพที่ขุดค้นอุปกรณ์ข้างกายขึ้นมายิงใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย, ความเหนื่อยหน่ายในสภาพอากาศและการจราจรเลวร้ายไม่มีผลต่อนักถ่ายรูปที่รายล้อมวิ่งวนทั่วรสบัสเลยสักนิด, เราถ่ายรูปรวมพลครั้งแรกที่สนาบิน, แล้ว, แยกย้ายกันใช้เวลาสองชั่วโมงทานอาหารหรือซ้อข้าวของตามสะดวก, เราถ่ายรูปรวมพลครั้งแรกที่สนามบิน, แล้วแยกย้ายกันใช้เวลาสองชั่วโมงทานอาหารหรือซ้อข้าวของตามสะดวก, เจ็ดโมงตรง, ฉันและเพื่อนร่วมทางกว่า, ชีวิต, ใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงเพื่อจัดการเรื่องพาสปอร์ต, ตั๋วเครื่องบิน, และกระเป๋าเดินทางจำนวนมหาศาล, การเดินทางร่วมกับช่างภาพสิบกว่าคนเป็นที่สอง, ทำให้ฉันไม่ตระหนกตกใจกับอุปกรณ์ถ่ายภาพมูลค่าเรือนล้านที่ช่างภาพทุกคนขนติดตัวยามเดินทางท่องเที่ยว, ลองคิดดูเล่นๆ, เถิดว่า, ช่างภาพคนหนึ่งแบกกล้องสามตัว, เลนส์สี่ตัว, ขาตั้งอีกสองชุด, พร้อมเมมโมรี่การ์ด, กิ๊ก, หนึ่งโหล, ติดตัวตลอดเวลาจะเป็นภาพนักรบเจนสนามผู้น่าเกรมขามปานไหน, หกโมงเช้า, เราออกเดินทางจากแกลเลอรี่ที่ฉันอาศัยเป็นที่ทำงานมานานสามปี, ใช้เวลาชั่วโมงเศษเล็กน้อยเดินทางหลงไปหลงมาไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิ, ตีห้าตรงวันศุกร์ที่, กันยา, ฉันตื่นลืมตาขึ้นมาด้วยเสียงเพลง, don, cha, จากโทรศัพท์ตัวน้อยที่กำลังร้องปลุก, ลุกขึ้นนั่งมึนงงกับความมืดสลัวในชีวิต, จ่อมจมในความง่วงหง่าว, และเฝ้าอาลัยกับที่นอนหมอนผ้าห่มอยู่ครู่หนึ่ง, ก่อนจะตะกายลงจากเตียงไปล้างหน้าทาแป้งแต่งตัว, ชีวิตที่เหลือของท่าน, จะทำอะไรมั่ง, นอกจาก, กิน, ขี้, คำตอบอยู่ในสายลม, ส่วนเรื่องบริหารเวลา, ก็ค่อยๆ, ฝึกไปครับ, โดยพยามให้เสียเวลาแต่ละอย่างน้อยที่สุด, ถ้าจัดการได้ดี, ก็จะได้งานมาก, เหมือนปาฏิหาริย์เลยครับ, ผมก็มั่วไปเรื่อยๆ, แหละครับ, ไม่ได้รู้มากอย่างที่คุณว่า, ถ้าสังเกต, จะเห็นว่าคำตอบที่ลงบ่อยมาก, ผมไม่รู้ครับ, แบ่งเวลาอย่างไรหรือครับ, โดยปกติแล้ว, จะมีแฟนคลับส่งคำถามมาถามมากมาย, และที่สังเกตดู, สามารถตอบให้คำแนะนำได้ดีทุกเรื่อง, เป็นเพราะ, อ่านหนังสือมากใช่ไหมครับ, ทำอย่างไรถึงจะสามารถรอบรู้ได้หลายด้านบ้างครับ, ปาฏิหาริย์แห่งการมั่วอยู่เสมอ, faith, ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่ตั้งบนความศรัทธา, จัดเป็นกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์, ซึ่งตั้งบนฐานของเหตุ, เทคโนโลยีเป็นผลจากการคิดแบบวิทยาศาสตร์ผ่านห้องทดลองเท่านั้น, วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการคิด, ดังนั้นการคิดเรื่องทุกข์, สมุทัยของพระพุทธเจ้า, จะทำให้เข้าใจเขวได้, ศีลธรรม, ศาสนา, เช่นที่เราผูกคำว่า, ห้องแล็บ, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ผมไม่อยากให้เราผูกคำว่า, ไม่แปลกที่คนเราจะเกิด, เจ็บและตายอยู่เรื่อยไป, ตราบใดที่ยังประมาทไม่สังเกตเห็นปรากฏการณ์ธรรมดาสามัญนี้ว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเพราะเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ทั้งมวล, แล้วไม่แสวงหาหนทางแก้ไขเพื่อดับทุกข์ของตน, เรื่องธรรมดาสามัญของการเกิด, เจ็บและตาย, ก็ยังเป็นมา, และยังเป็นไปเหมือนเดิม, ปีต่อมาก็ดี, ปีนั้น, ก่อน, ปีโน้น, ปีต่อมา, มนุษย์ยุคปัจจุบันนี้รู้จักมหาบุรุษผู้นั้นในนาม, ทว่าทรงเป็นหน่อเนื้อของกษัตริย์, ผู้เลื่อมใสคำสั่งสอนของท่านใน, ซึ่งเคารพกษัตริย์หรือที่เรียกสั้นๆ, มานาน, จึงขานนามของท่านเพิ่มขึ้นอีกว่า, พระพุทธเจ้า, ประเทศไทย, buddha, พระพุทธะ, พระมหาสมณโคม, ครั้นเกิดคำถามเช่นนี้แล้ว, กระบวนการแสวงหาคำตอบของบุรุษผู้นั้นได้ดำเนินต่อไปในห้องแล็บแห่งกายและใจของตนหกปี, กระทั่งเข้าใจส่วนประกอบของความเป็นตัว, และวงโคจรของจิตที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นตน, บุรุษผู้นี้ได้ประกอบเครื่องมือขึ้นมาเพื่อทำการแยกธาตุและตัดวงโคจรของจิต, ส่งคืนสภาวะรูป, นามให้ดำเนินไปตามเหตุตามปัจจัยของมันโดยไม่เข้าไปแทรกแซง, แผดเผาพลังงานที่จะขับเคลื่อนวงโคจร, เท่าที่มีอยู่ให้เหือดแห้งลงไป, และไม่เติมน้ำมัน, ให้จิตท่องทะยานไปในสังสารวัฏ, กระทั่งรู้แจ้งความจริงของจิต, แล้วทำความจริงนั้นให้ปรากฏอย่างถ้วนทั่วอีกด้วย, อริยสัจสี่, สร้างตัณหาใหม่, ตัณหา, ตัดอุปาทาน, การยึดมั่นถือมั่น, สติปัฏฐานสี่, ปฏิจจสมุปบาท, ธาตุสี่, กว่าปีที่แล้ว, บุรุษผู้หนึ่งได้สังเกตเห็นธรรมชาติของผู้คนว่าเมื่อมีเกิดก็ต้องแก่, เจ็บแล้วก็ตาย, ที่ดูเป็นเรื่องธรรมดาสามัญยิ่ง, แต่บุรุษผู้นั้นกลับคิดว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดา, แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองต่อไปว่าผู้คนทั้งหลายเกิดมาจากไหน, มาใช้ชีวิตอยู่ในแต่ละวันนี้เพื่ออะไร, แล้วเมื่อร่างกายแตกสลายลงแล้ว, ได้จบลงแค่นี้หรือ, ความเป็นคน, ว่ากันว่า, อัจฉริยะภาพคือการทำเรื่องธรรมดาในวิธีการที่ไม่ธรรมดา, การสังเกตธรรมชาติรอบตัว, ตั้งคำถามแล้วแสวงหาคำตอบ, เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาความรู้ด้านต่างๆ, ด้วยกิเลสส่วนตนผมชอบคำพูดเปิดเรื่องของ, ศูนย์, ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่ก็คือการแสวงหาความรู้ประเภทหนึ่ง, หนึ่ง, ผมนับถือหัวใจของแกที่กล้าประกาศทฤษฎีนี้ออกมาในสังคมยุคนั้นที่เต็มไปด้วยคริสตชนผู้เชื่อในพระผู้สร้าง, ซึ่งหากย้อนลงไปถึงยุคกลางของยุโรป, แกคงถูกจับเผาทั้งเป็นอย่างแน่นอน, แม้กระนั้น, เท่าที่ผมเคยดูสารคดีประวัติชีวิตของแกใน, ทำให้ทราบว่าภรรยาของแกเป็นคริสตศาสนิกชนที่ดี, ที่หมั่นไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์, พอสามีมาประกาศทฤษฎีที่ค้านกับพระคัมภีร์เช่นนี้, แรงระเบิดมหาศาลจึงกัมปนาทขึ้นในครอบครัว, เมื่อไปสมทบกับคลื่นความไม่พอใจของคริสตชนในสังคมภายนอกแล้ว, ทำเอาแกเสียศูนย์เกือบเสียสติเลยทีเดียว, bbc, บีบีซี, ราวปีค, 1480, โดยประมาณ, สอง, ตอนนี้ผมอยู่ใน, ซึ่งไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ชนชื่อ, เต็มเมืองไปหมด, แม้แต่ตามกำแพงศิลปินพเนจรก็ได้วาดรูปของแกติดเล่นไปทั่ว, คงจะเป็นควันหลงจากการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบ, 200, ปีของแกเมื่อปีที่แล้วด้วยน่ะครับ, สาม, อันที่จริง, ธีมก้าวรอก้าวฉบับนี้เป็นเรื่องของการ, ซึ่งผมคิดว่าเป็นหัวข้อที่กว้างมาก, เราสามารถยกตัวอย่างของนักแสวงหาในด้านต่างๆ, มาเขียนได้อีกเยอะ, แต่ที่ผมหยิบเอาเรื่องของ, มาเขียนก็เพราะว่า, การที่, บางส่วนของกฎสองข้อของธรรมชาติก็ทำให้เขากลายเป็นนักชีววิทยาผู้ยิ่งใหญ่แล้ว, น่า, คำตอบต่อไปเหมือนกันว่า, ถ้าใครรู้แจ้ง, ได้ครบถ้วนทั้งห้าข้อดั่งพระพุทธเจ้าแล้วจะยิ่งใหญ่สักปานใด, พอจะรู้, ทฤษฎีของ, เป็นการเรียนรู้กฎแห่งความเป็นไปสองข้อแรกคือลมฟ้าอากาศที่มีผลต่อพืชและสัตว์, กับการสืบต่อพันธุกรรมที่ได้รับมาจากพ่อแม่, ที่จริงการค้นพบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด, ก็ทรงประกาศ, มาก่อนหน้านั้นนานแล้วว่า, อุตุนิยาม, ตามพีชะหรือว่าพันธุกรรมของบรรพบุรุษ, พีชะนิยาม, ตามการกระทำที่ทำมาและที่ทำซ้ำบ่อยๆ, กรรมนิยาม, ตามความคิดที่ตรึกถึงเรื่องนั้นๆ, จิตนิยาม, และตามไตรลักษณ์ที่มีการเกิดขึ้น, ตั้งอยู่, แล้วแปรปรวนแตกสลายไปในที่สุด, ธรรมนิยาม, ใดๆ, ในโลกนี้จะวิวัฒน์ไปตามมูลเหตุห้าประการ, ตามสภาพลมฟ้าอากาศ, พระมหาสมณโคดม, เมื่อศึกษาจนเป็นที่แน่ใจแล้ว, ได้ประกาศ, นี้ในหนังสือ, ของตนว่า, มนุษย์และลิงมีบรรพบุรุษประเภทเดียวกัน, ก่อนจะแยกสายพันธุ์แล้วต่างพัฒนาพันธุกรรมของตนกระทั่งทิ้งกันไกลไม่เหลือเค้าเดิมของต้นธารจุดกำเนิด, origin, species, กำเนิดของสรรพสิ่ง, ร่วมเดินทางไปกับเรือลำนั้นด้วยในฐานะนักชีววิทยา, เขาใช้เวลากว่าห้าปีเก็บตัวอย่างพืชพรรณ, ซากสัตว์และแมลงต่างๆ, กลับมาศึกษาค้นคว้าที่, หลายปีต่อมาเขาพบว่า, สัตว์และพืชทั้งหลายมีการสืบต่อพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น, โดยอาศัยกลไกคัดเลือกจากธรรมชาติคือสภาพลมฟ้าอากาศภายนอก, ซึ่งสัตว์และพืชต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นๆ, จึงจะอยู่รอด, และกลไกภายในคือการแปรผันทางพันธุกรรมทีละเล็กทีละน้อยจากรุ่นสู่รุ่น, กระทั่งแปรเป็นสปีชีส์ใหม่ขึ้นมา, ต้นคริสต์ศตวรรษที่, แห่งราชนาวีอังกฤษได้เดินทางไปสำรวจภูมิประเทศแถบคาบสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก, โดยมี, เป็นผู้บังคับการเรือ, fitzroy, กัปตันฟิทซ์รอย, beagle, เรือหลวงบีเกิล, ปฐมบทแห่งทฤษฎี, บุรุษผู้นี้เกิดที่, การเกิดของเขาทำให้เมืองเล็กๆ, แห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะเป็นถิ่นเกิดของนักชีววิทยาผู้ยิ่งใหญ่ผู้เป็นเจ้าของ, เมื่อปี, 1809, shropshire, เขตชรอพเชีย, นี้เป็นอีกประโยคเด่นที่, พูดเอาไว้ก่อนตาย, 531018, คงถึงเวลาแล้วจริง, อย่างที่พระเจ้าเข้าฝัน, ระยะเวลา, สำหรับที่นี่เนิ่นนานเกินพอ, หากได้หมื่นจะใช้ทำทุนงวดถัดไป, หากได้แสนจะได้บ้านหลังใหม่นอนนั่งเล่นกินเล่นไปสัก, พระเจ้าทรงโปรด, จะเอาเงินล้านไปทำอะไรดี, แล้วถ้าได้หลาย, ล้าน, จะใช้ยังไงให้หมด, จะท่องเที่ยวทั่วโลกดีไหม, กำแพงเมืองจีนที่ใฝ่ฝันมานานแสนนานมองเห็นอยู่ริบ, นี่เอง, พอกันทีกับชีวิตแม่บ้านงานด้อยเงินเดือนต่ำไม่พอยาไส้, ต่อไปนี้อาหารญี่ปุ่น, อาหารฝรั่งดี, ที่เห็นโฆษณาทางทีวีจะเป็นอาหารหลัก, แทนกับข้าวถุงรสชาติไม่เอาไหนหน้าปากซอย, จะจ้างคนรับใช้สักคนสองคนคอยขัดห้องน้ำ, กวาดถูบ้าน, ชี้นิ้วสั่ง, ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้, น้ำนองที่พื้นเนี่ยนะป้าแหวง, นี่อีกที่, นี่ค่ะ, เห็น, เลย, อรมองไม่ออกค่ะ, น้องอรดูดี, สิคะ, หรือเปล่า, ไทยน่ะค่ะ, เห็นมั้ยคะ, ไหนคะ, ไม่มีเลขนี่คะ, รอยลอกของถังน้ำร้อนไม่เห็นเป็นรูปร่างอะไรนี่, วันนี้ป้ามาสายไปนิดค่ะ, ยังไม่ได้ทำอะไรเลย, เอ่อ, น้องอรคะช่วยป้ามองหน่อยว่านี่เลขอะไร, กลิ่นห้องน้ำออฟฟิศเรารึเปล่า, หึ่งถึงหน้าประตูออฟฟิศโน่นแน่ะ, แห่ะ, ป้าลืมเสียสนิทเลยค่ะ, ค่ะ, สามก็สาม, ว่าแต่นี่ป้าไม่ได้เสียบปลั๊กตู้น้ำร้อนไว้เหรอคะ, ต้องพูดว่า, ตอนนี้, โมงเช้าค่ะ, น้องอร, นี่เพิ่งเก้าโมงเช้านะคะ, ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะค่ะ, ป้าละ, ตื่นเต้นจริง, อยากให้ถึงบ่าย, เร็ว, จริงเหรอคะ, เขาว่ากันว่าฝันช่วงใกล้สางเนี่ยจะเป็นจริงนะป้า, เมื่อคืนป้าฝันด้วยนะ, ฝันแปลก, ฝันเห็นพระเจ้า, เพราะเจ้าให้เลขป้ามาด้วย, ก็ตีกันไปนะป้านะ, เห็นว่าเลข, เหมืองถล่มที่ชิลิมีคนงาน, รอดชีวิตทั้ง, เหตุเกิดเมื่อวันที่, บวกเลขได้, อีกแน่ะ, อรเล่นไม่เป็นค่ะป้าแหวง, ว่าแต่งวดนี้ตัวไหนมาแรงล่ะ, หนู, วันที่สิบหกแล้ว, มีเลขรึยัง, สะดุ้งตื่น, พยายามลืมตา, แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ้านเช่าหลังเก่าโทรม, ขยี้ตางัวเงีย, มองหาพระเจ้า, พระเจ้าหายไปไหนแล้ว, ภาพฝันยังชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริง, ขอบคุณพระเจ้า, พระเจ้ามาโปรดแล้วจริง, ทันใดแปรงขัดห้องน้ำ, ก็ลอยคว้างพร้อม, ไม้กวาดที่ปลิวว่อนกลางอากาศ, เมื่อมือทั้งสองข้างเป็นอิสระ, พระเจ้าก็ชู, นิ้วลักษณะเดียวกับมือพิเศษอีกข้างที่ชูอยู่ก่อนแล้ว, แสงสีทองสะท้อนจ้ากว่าเดิม, เจ้าสงสัยว่าข้าเป็นใครรึ, ข้าคือพระเจ้า, พระเจ้าที่สามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้กับมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม, ชีวิตของมนุษย์ในโลกนี้ล้วนอยู่ในกำมือข้า, ใครทำดีข้าจะบันดาลสิ่งดีให้ตอบแทน, และเจ้าคือผู้นั้น, เมื่อข้าได้ลั่นวาจาเช่นนี้แล้ว, นั่นหมายความว่าข้ามองเห็นเจ้าแล้ว, ข้าปลดปล่อยเจ้าแล้ว, ต่อไปก็เป็นหน้าที่ที่เจ้าต้องปลดพันธนาการทั้งหมดทั้งมวลที่พัวพันเจ้าอยู่, แล้วเจ้าจะประสบสันติสุขต่อไปอีก, ถึงเวลาของเจ้าแล้ว, ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลิกเดินขาลากไปทำงานหาเช้ากินค่ำ, กระดูกของเจ้าไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อน, เจ้าจะต้องทะนุถนอมร่างกายเพื่อยืดลมหายใจออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้, เพื่ออะไรน่ะรึ, เพื่อใช้เวลาที่เหลือไปกับความสุขสบายที่เจ้าไม่เคยพบพานมาทั้งชีวิตนะสิ, ต่อแต่นี้ไปเจ้าจะพบแต่ความสันติสุข, ไม่ต้องกัดฟันดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยความเหนื่อยยากแสนเข็ญอีกต่อไป, เจ้าเป็นคนดีควรจะได้รับสิ่งดี, พรุ่งนี้ความลำเค็ญที่เจ้าแบกอยู่บนหลังตลอดชีวิตจะถูกปลดลงจากบ่า, พรุ่งนี้เจ้าจงโยนแปรงขัดส้วมทิ้ง, โยนไม้กวาดไม้ถูทิ้ง, ปล่อยถังขยะให้ล้นจากถัง, ปล่อยที่ทำกำไรให้เจ้านายนั่นสกปรกรกรุงรัง, ปล่อยถังน้ำร้อนน้ำเย็นให้แห้งเหือด, ลองดูว่าพวกพนักงานออฟฟิศจะทำอย่างไรกัน, พวกเขาจะต้องลงแดงตายเพราะไม่ได้กระเดือกกาแฟไปคนสองคนแน่, เจ้าจงยืนมองความเลอะเทอะของสำนักงานที่จองจำเจ้าตลอด, ในทันใดนั้น, พลันมีเสียงที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มาก้องกังวานยินคล้ายเสียงที่สะท้อนจากโอ่งดินขนาดใหญ่อันคุ้นโสต, ร่างกำยำของชายฉกรรจ์เปล่งประกายสีทองอร่ามไปทั้งร่าง, มงกุฎทองครอบบนศีรษะ, มัดกล้ามเนื้อเป็นมันวับ, แสงวูบวาบทำให้ผู้มองต้องหยีตาลงเพื่อให้มองลักษณะของชายฉกรรจ์คนนั้นได้เด่นชัดขึ้น, ชายผู้นั้นมี, แขน, แขนหนึ่งถือแปรงขัดห้องน้ำ, ส่วนอีกมือหนึ่งถือไม้กวาด, ด้าม, และมือพิเศษข้างที่เหลือนั้นปลายนิ้วชี้โค้งงอบรรจบกับปลายนิ้วหัวแม่มือและชูนิ้วที่เหลือทั้ง, ขึ้น, เหมือนต้องการแสดงสัญญาลักษณ์บางประการ, เบื้องหลังโปสการ์ด, กวีก้าวฯ, เพราะโลกนี้มีไว้แบ๋ว, มาจะกล่าวบทไป, อิโหน่อิเหน่, สารบัญก้าว, november, 2010, เฉินหลง, เคยเป็นตัวประกอบเล็กๆ, ในหนังจีนเมื่อหลายสิบปีก่อน, เขาคิดเสมอว่า, วันหนึ่งเขาจะต้องเป็นพระเอกชื่อดัง, และจะต้องไปเหยียบฮอลลีวูดให้ได้, และแล้ววันหนึ่ง, เขาก็ทำได้ดั่งที่เขาเคยคิดไว้, จำได้ว่ามีหนังเรื่องหนึ่งของเฉินหลง, มีอยู่ฉากหนึ่ง, ที่เฉินหลง, แสดงฉากแอ็คชั่นห้อยโหนอยู่บนป้ายชื่อ, holly, wood, เขาเคยให้สัมภาษน์ว่า, ที่เขาใส่ฉากนี้เข้าไปในภาพยนต์ของเขาก็เพื่อชี้ให้คนทั้งโลกได้เห็นว่า, วันนี้เขาพิชิต, hollywood, ได้สำเร็จแล้ว, เปลี่ยนใจ, ความคิด, หรือยัง, และสุดท้ายอยากจะถามทุกๆ, ท่านว่า, ปีใหม่แล้ว, ขอให้ทุกๆ, ท่านมีความสุขกับการใช้ชีวิตกับ, ใหม่ที่กำลังจะมาถึงให้สนุกและมีความสุขกับมันอย่างเต็มีที่นะครับ, เจ๊แหม่มข้างๆ, ชักจะมองและคงคิดว่า, พี่กะเหรี่ยงคนนี้มาจากไหนหนอ, นั่งกดชัดเตอร์ถ่ายก้อนเมฆเป็นว่าเล่น, สงสัยจะเพิ่งขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก, อันนี้อ่านจากสายตาเขาครับ, พูดไปชักจะติดลม, เมาน้ำลายผสมก้อนเมฆขาวๆ, นอกหน้าต่าง, และแล้ววันนี้ใครๆ, ก็รู้จักเขาในนามนักธุรกิจพันล้าน, เขาว่า, คนเราไม่เก่งในสนามรบนี้, เราก็ควรหาสนามรบใหม่ที่เราถนัดกว่า, ต่อสู้, เขาเชื่อว่าจะต้องประสบความสำเร็จได้, ด้วยการค้าขาย, เพราะเขาถนัดการค้าขายมากกว่าการนั่งท่องตำราในห้องเรียน, เขาบอกว่า, คนเรียนนหนังสือไม่เก่ง, ก็สามารถประสบความสำเร็จได้, คุณตันโออิชิ, เจ้าของชาเขียวอันลือชื่อ, เป็นคนรูปไม่หล่อ, พ่อไม่รวย, เรียนหนังสือไม่เก่ง, เราอาจจะได้คำตอบในการแก้ปัญหา, ที่ดีกว่ามุมมองเดิมๆ, ลองคิดหาวิธีแก้ในหลายๆ, วิธีและหลากหลาย, มุมมอง, ลองปล่อยวาง, แล้วเดินออกมาจากปัญหานั้นชั่วคราว, ที่สำคัญ, ในยามที่เรามีปัญหา, อย่ามัวนั่งจ่อมจมอยู่กับปัญหานั้นๆ, ปัญหาก็มีหลายมุมมองให้เราได้ก้าวผ่าน, โลกมีหลายมุมให้เรามอง, ชีวิตก็มีหลายมุมให้เราได้ใช้ชีวิต, คุณคิดอย่างไร, คุณก็จะเป็นคนอย่างนั้น, เขากล่าวไว้ว่า, yor, think, การใช้ชีวิตที่ดีคือ, การรู้จักมองปัญหาและเรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับมันอย่างไรต่างหาก, แต่การใช้ชีวิตที่ดี, ไม่ใช่แค่การเสพสุขกับชีวิตเพียงด้านเดียว, บางครั้งชีวิตคนเรา, ต้องเจอกับฝากหนาม, ความทุกข์, ความสุขคละเคล้ากันไป, วันเวลาที่เปลี่ยนไป, เราได้อะไรดีๆ, ให้แก่ชีวิตของเราบ้าง, นอกจากรอยตีนกาและวันเวลาของอายุที่เพิ่มขึ้น, ชักเริ่มจะพูดเข้าท่าเนาะเราวันนี้, ชีวิตที่ผ่านมาของเราเป็นอย่างไรบ้าง, นั่งมองก้อนเมฆวิ่งผ่านหน้าไปก้อนแล้วก้อนเล่า, ทำให้คิดได้ว่า, วันเวลาก็วิ่งผ่านชีวิตเราไปเรื่อยๆ, ด้วยเช่นกัน, เผลอแป็บเดียว, หนึ่งปีก็ผ่านไปไวเหมือนโกหก, วันเวลาผ่านไป, เคยหาที่เงียบๆ, นั่งลง, ถามตัวเองบ้างไหมว่า, โลกอันกว้างใหญ่นี้, ถ้าเทียบกับมนุษย์แล้ว, มนุษย์เป็นเพียงแค่ตัวประกอบเล็กๆ, ในห้วงจักรวาลเท่านั้น, เราเพียงแค่มาเยี่ยมเยือนโลกใบนี้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง, ไม่นานเราก็ต้องลาจากโลกนี้กันไปทุกผู้ทุกนาม, แล้วใยเรามัวมาทะเลาะแย่งชิง, อิจฉาริษยากันไปเพื่ออันใดฤา, เสื้อเหลือง, เสื้อแดงเอ๋ย, เย้ย, ออกการเมืองได้ไงหว่า, มิเอา, มิพูด, มองลงไปยังพื้นโลกเบื้องล่าง, บ้านเรือน, รถยนต์, และมนุษย์ที่เคยคิดว่ายิ่งใหญ่, สุดท้ายแล้ว, ก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวกตัวกะจิ๊ดริด, วิญญาณสุนทรภู่เข้าสิงอีกแล้วหนอเรา, อยากจะหยิบเมฆามาดื่มกิน, อยากจะมอบชีวินนี้ให้เธอ, มองออกไปนอกหน้าต่าง, โลกเบื้องล่างที่เคยเห็นจนชินตา, บัดนี้มุมมองมันเปลี่ยนไป, ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนตามไปด้วย, หมู่เมฆวิ่งผ่านหน้าเราไปก้อนแล้วก้อนเล่า, มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม, ปานจะหยิบก้อนเมฆมาดอมดมได้, ถ้าไม่มีหน้าต่างกระจกมาขวางกั้นไว้, พอเครื่องเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า, ผมก็เริ่มหยิบกลอ้งถ่ายรูปและสมุดบันทึกขึ้นมาขีดๆ, เขียนๆ, เพื่อบันทึกบรรยากาศและความนึกคิดของตนเองในขณะที่กำลังเหิรแเวหา, ที่ผมเขียนบันทึกฉบับนี้บนเครื่องบิน, เพื่อจะทำให้เห็นว่าข้อเขียนของผมมันอินเตอร์ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ, ฉะนั้น, จงตั้งใจอ่านให้จบเชียวนะขอรับ, จริงๆ, แล้วอยากจะเขียนในที่แปลกๆ, บรรรยากาศที่แต่งต่างบ้าง, เผื่อไอเดียจะบรรเจิดเลิศล้ำเหลือกำหนด, อะนะมาเป็นกลอนเชียวเรา, ไม่ใช่กระผมจะร่ำรวย, มีเครื่องบินส่วนตัว, เหมือนกับท่านทักษิณนะครับ, เครื่องบินโดยสารธรรมดา, ราคาประหยัดๆ, นี่แหล่ะครับ, ข้อเขียนนี้ผมนั่งเขียนบนเครื่องบินเชียวนะท่านผู้อ่าน, อะแฮ่ม, เปลี่ยนมุมมอง, เปลี่ยนความคิด, ชีวิตเราอาจเปลี่ยน, ชาย, ชมจันทร์, panyathai, วิกิพีเดีย, หนังสือคู่มือแนะนำวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง, ขอขอบคุณ, พรของพ่อในวันปีใหม่แม้จะไม่เคยเปลี่ยน, แต่ก็ทำให้ฉันเปลี่ยนไปในทุก, ฉันเติบโตขึ้น, ฉันเจริญเติบโตมากขึ้นทุกปี, และสำหรับปีที่, ของฉันนี้, ฉันเชื่อว่าคำสั้น, พรของพ่อ, จะยิ่งใหญ่สำหรับฉันกว่าทุก, เพราะน้ำมนต์ของพ่อปีนี้จะมีอายุครบ, ผ่านมือของคุณพ่อมาประทานพรอันประเสริฐให้แก่ฉัน, และฉันคิดว่า, ฉันเติบโตเพียงพอที่จะเป็นลูกของพ่อ, จะมีก้าวเดินที่หนักแน่นและมั่นคงมากยิ่งขึ้น, เพื่อเสริมสร้าง, ซ่อมแซม, ดำรงไว้ซึ่งสิ่งดีงามในทุก, รอยเท้าที่จะก้าวไป, พรจากน้ำมนต์ของพ่อ, แม้ว่าโดยนัยยะแล้วดูจะไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว, แต่แท้ที่จริงความหมายในคำสั้น, นั้นสำหรับแต่ละคนในครอบครัว, คงจะเข้าใจได้ไม่เท่ากันเสียทีเดียว, พ่อจะเป็นคนนำดอกบัวที่เจ้าหน้าที่วางไว้ให้จุ่มน้ำพระพุทธมนต์, จุ่มลงในน้ำแล้วนำมาประพรมบนหัวให้กับทุกคนในครอบครัว, พร้อมกับอวยพรลูก, ว่าง่าย, โตไว, พอโตขึ้นมาหน่อยพ่อก็พูดว่า, ขอให้เจริญ, นะลูก, ตั้งแต่เด็ก, ทุกครั้งที่ฉันได้ไปวัดพระแก้วพร้อมกับครอบครัว, เมื่อเราเดินลงบันไดพระอุโบสถลงมา, ตรงกลางของระเบียงแก้วด้านหน้า, จะมีขันน้ำทองเหลืองขนาดใหญ่อยู่ใบหนึ่ง, ข้างในบรรจุน้ำพระพุทธมนต์, แม่บอกฉันเสมอว่า, เป็นน้ำมนต์ที่ในหลวงทรงทำไว้, จนบัดนี้ฉันไม่แน่ใจนักว่าเป็นความจริงหรือไม่, แต่เมื่อครั้งยังเด็กฉันเชื่ออย่างนั้น, ขอบคุณ, ที่ทำให้อาณาเขตของวัดพระแก้วในหัวใจฉัน, กว้างไกลไปยังอีกซีกโลกด้านหนึ่ง, ฉันคิดว่า, เส้นพรมแดนของมวลหมู่มนุษยชาติ, มันก็เป็นเพียงคำลอย, สำหรับคนที่คิดว่ามันไม่มีจริง, แล้วมันก็เป็นคำที่แหลมคมสำหรับคนที่มีความคิดฝังแน่นกับมัน, มันพร่าเลือนเสมอเมื่ออยู่ในท่ามกลางหมอกควันแห่ง, ฉันไปส่ง, ขึ้นรถแท็กซีเพื่อกลับโรงแรม, บอกกับฉันว่า, พรุ่งนี้เขากับ, จะไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักรและมาบุญครอง, และอีกสองวันจะไปเที่ยวทะเลทางใต้, ฉันถามว่าจะให้ฉันพาไปหรือแนะนำอะไรไหม, เขาตอบฉันมาว่าไม่เป็นไร, วันนี้เขารู้สึก, enjoy, และประทับใจมาก, ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก, ฉันได้รับอีเมลล์จาก, ต่อมาอีกหลายฉบับ, เขียนมาไถ่ถามทุกข์สุขและพูดคุยกัน, บางครั้งเราก็คุยกันเรื่องงานที่เรากำลังทำกันอยู่, ก่อนจากกันฉันพา, ไปทานผัดไทยที่ร้านเล็ก, แต่น่ารักแห่งหนึ่งบนถนนพระจันทร์, จะประทับใจมาก, เขาชมหลายครั้งว่ามันอร่อย, นั้นคุยกับเราอย่างถูกอัธยาศัยกันมาโดยตลอด, บุคลิกของทั้งสองดูจะขัดกัน, แต่รสชาติของสองชีวิตกลับให้ความรู้สึกเข้ากันได้ดีเหมือนกับ, ผัดไทยกับกล้วยทอดราดน้ำผึ้ง, อาหารคาวกับอาหารหวานในวันนั้น, ฉันชี้ให้, ดูพระราชวังและปราสาทต่าง, พร้อมกับอธิบายเล็กน้อย, จะเริ่มร้อนและมีความสนใจน้อยลงไปทุกที, ฉันจึงพาทั้งคู่เดินไปรอบ, และมาหยุดลงที่ร้านขายน้ำและขนมขบเคี้ยวเล็ก, ภายในนั้น, เราซื้อน้ำดื่ม, และหาที่นั่งคุยกันสบาย, ภายในบรรยากาศของพระราชวังแบบไทย, แห่งนี้, หลังจากออกจากพระอุโบสถ, ฉันพาเขาและเธอเดินไปเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง, ฉันจำได้ว่าเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ฉันเคยเข้าไปเที่ยวชมภายในได้ในทุก, พระราชวังหรือปราสาทต่าง, คือครั้งที่ฉันยังเป็นเด็กประถมอยู่, มานึกตอนนี้ก็น่าเสียดาย, เพราะช่วงเวลานั้น, ฉันยังไม่เข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าหน้าที่ของสถานที่พยายามอธิบายพวกเรา, แต่มาวันนี้เมื่อฉันได้อ่านหนังสือของวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังมาก่อนที่จะมาเป็นมัคคุเทศน์จำเป็นนี้, เรากลับต้องได้แต่ยืนมองเพียงด้านนอกของสถานที่, เพราะปราสาทและราชวังต่าง, เปิดใช้ในพระราชพิธีเท่านั้น, ในขณะที่, ดูไม่ค่อยสนใจในประวัติเหล่านี้สักเท่าไร, ฉันสังเกตว่าเขาสนใจในภาพรวมของสถาปัตยกรรมรอบ, มากกว่า, แต่, กลับนิ่งฟัง, พยักหน้าตาม, เธอดูจะสนใจในสิ่งที่ฉันอ่านมาและพยายามอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้เธอฟังเหล่านั้น, พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์นี้, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว, โปรดเกล้าฯ, ให้สร้างขึ้น, หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง, เมตร, ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิ์หุ้มทองคำ, เครื่องทรงเป็นทองคำลงยาสีประดับมณี, พระพุทธเลิศหล้านภาลัย, องค์ด้านใต้พระนามว่า, พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, องค์ด้านเหนือพระนามว่า, ฉลองพระองค์, พระพุทธปฏิมากร, หน้าฐานชุกชีประดิษฐาน, เป็นพระพุทธรูปที่คิดแบบขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่, โดยไม่มีเมฬี, มีรัศมีอยู่กลางพระเศียร, จีวรที่ห่มคลุมองค์พระเป็นริ้ว, พระกรรณเป็นแบบหูมนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไป, พระสัมพุทธพรรณี, บนฐานชุกชีด้านหน้า, ประดิษฐาน, ทองคำ, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก, มีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องทรงถวายเป็นพุทธบูชา, สำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน, บุษบกทองที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร, สร้างด้วยไม้สลักหุ้มทองคำทั้งองค์, ฝังมณีมีค่าสีต่างๆ, ทรวดทรงงดงามมาก, เป็นฝีมือช่างรัชกาลที่, เดิมบุษบกนี้ตั้งอยู่บนฐานชุกชี, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า, ให้สร้างพระเบญจาสามชั้นหุ้มด้วยทองคำ, สลักลายวิจิตรหนุนองค์บุษบกให้สูงขึ้น, บุษบก, พระแก้วมรกต, เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ, ทำด้วยมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์, หลังจากนั้นเราจึงพา, เข้าไปยังภายในพระอุโบสถ, ทั้งคู่มองไปรอบ, พระอุโบสถอย่างตื่นตาตื่นใจ, ไม่ได้ยกมือไหว้พระแก้วมรกตแต่อย่างใด, เพราะทั้งสองนับถือศาสนาคริสต์, หลังจากที่ฉันบอกทั้งคู่ให้นั่งลงชมความวิจิตรขององค์พระพุทธรูปและภาพเขียนภายในพระอุโบสถ, ฉันก็ได้อธิบายถึงพระแก้วมรกตให้, ฟังต่อไปว่า, เพื่อให้เข้ากับผนังมณฑป, บานพระทวารและพระบัญชรประดับมุกทั้งหมด, ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่, ที่เชิงบันไดมีสิงห์หล่อด้วยสำริดบันไดละคู่, รวม, โดยได้แบบมาจากเขมรคู่หนึ่ง, แล้วหล่อเพิ่มอีก, พุ่มข้าวบิณฑ์, โปรดเล้าฯ, ให้ปั้นลาย, ผนังพระอุโบสถ, ในรัชกาลที่, เขียนลายรดน้ำบนพื้นชาดแดง, พระอุโบสถนั้นมีขนาดใหญ่, หลังคาลด, ซ้อน, มีช่อฟ้า, ชั้น, ตัวพระอุโบสถมีระเบียงเดินได้โดยรอบ, มีหลังคาเป็นพาไลคลุม, รับด้วยเสานางรายปิดทองประดับกระจกทั้งต้น, พนักระเบียงรับเสานางราย, ทำเป็นลูกฟักประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีอย่างจีน, ตัวพระอุโบสถมีฐานปัทม์รับอีกชั้นหนึ่ง, ประดับครุฑยุดนาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง, มีเสารายเทียนหล่อด้วยทองแดงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน, โปรดเกล้า, ให้วัดพระแก้วเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต, พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย, วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้, ภายหลังจากการสถาปนาแล้ว, ได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชกาล, มีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ทุก, เป็นวัดที่อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก, ทางทิศตะวันออก, จังหวัดเชียงราย, อำเภอเมือง, วัดพระแก้วงามเมือง, ปัจจุบันคือ, เมืองเชียงแสน, เจดีย์วัดป่าญะ, กษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์จักรีโปรดเกล้า, ให้สร้างวัดพระแก้วขึ้น, เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตซึ่งนำมาจากกรุงเวียงจันทน์, แต่แท้ที่จริงแล้วหลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก, ทันทีที่, ผ่านพ้นประตูทางเข้า, เขาและเธอต่างพูดคุยกับเราว่า, นักท่องเที่ยวที่มายังวัดพระแก้วนั้นมากมายจริง, ทั้งสองเดินตามเราไปพร้อม, กับมองดูสถาปัตยกรรมรอบวัดอย่างพึงพอใจ, เราแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกับยักษ์ที่ยืนเฝ้าประตูของวัดพระแก้วก่อน, หัวเราะอย่างชอบใจ, ก่อนที่จะพาทั้งคู่เข้าไปในพระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต, ฉันได้อธิบายถึงประวัติและแนะนำบางสิ่งเกี่ยวกับสถานที่ให้แก่ทั้งคู่ได้ฟัง, คือคู่รักซึ่งเป็นนักเรียนคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเยอรมันนี, เรียนในสาขาเคมีฟิสิกส์, กำลังศึกษาในสาขาวิชาจุลชีววิทยา, ในขณะที่ฉันกับเพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งฉันชวนเธอไปเป็นมัคคุเทศก์จำเป็นด้วยกัน, กำลังทำงานโครงการหนึ่งของภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพกันอยู่, โปสการ์ดใบนี้ฉันก็ได้มาจากบริเวณร้านขายของที่ระลึกเล็ก, บริเวณทางเข้าซื้อบัตรผ่านประตูสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ, ในวันที่ฉันได้มีโอกาสพาเพื่อนนักเรียนชาวเยอรมันซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนฉันไปชมวัดพระแก้ว, วันขึ้นปีใหม่, ไม่มีปีใด, เลยที่จะไม่หนาแน่นด้วยผู้คน, ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งต่างศรัทธาและนิยมมานมัสการพระคู่บ้านคู่เมืองและเที่ยวชมความประณีตวิจิตรตระการของวัดพระแก้วแห่งนี้, ในช่วงเวลาปีใหม่ของทุก, ฉันและครอบครัวจะต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, เพื่อไปสักการะและขอพรจากองค์พระแก้วมรกตและพระสยามเทวาธิราช, เพื่อให้พระองค์ทรงดลบันดาลให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข, สุขภาพแข็งแรง, และเป็นดังการเริ่มต้นปีใหม่กับสิ่งดีงามของแผ่นดินเกิด, เมธีและท่านผู้อ่าน, ๒๕๕๔, ขอให้คุณและผู้อ่านทุกท่าน, มีความสุข, ความสำเร็จ, ความก้าวหน้า, ในสิ่งที่ดีงามที่ได้คิดและทำ, ขอให้มีความรักที่สวยงาม, มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายใจ, มีความสมปรารถนาในสิ่งดี, ที่ตั้งใจ, ขอให้พบเจอกับสิ่งที่ดี, และเป็นปีที่ดีอีกหนึ่งปีค่ะ, หลายต่อหลายครั้งแล้วสินะคะที่เราเสมือนกล่าวคำ, กัน, บางทีฉันก็รู้สึกนะคะว่า, ถ้อยคำเสมือนจริงที่เราต่างพูดคุยกันนั้น, กลับมีความเป็นจริงที่จริงเสียยิ่งกว่าความเป็นจริงบางอย่างอีกค่ะ, และฉันก็ขอให้พรอันเสมือนจริงที่จะมอบแด่คุณในปีนี้, นั้นมีความเป็นจริงยิ่งกว่าความเป็นจริงนั้นบ้างนะคะ, ฉันเองก็ยังไม่สามารถสัมผัสรูปธรรมของลวดลายแห่งความคิดและความรู้สึกของคุณได้ในตอนที่เขียนอยู่นี้หรอกค่ะ, แต่ก็คาดได้ว่ามันต้องสร้างสรรค์และดีงาม, หวังใจว่ามันจะได้ปรากฏ, ที่แห่งใดแห่งหนึ่งบนโลกใบนี้, แม้อาจไม่มีใครสามารถเห็นได้ด้วยตา, แต่ฉันเชื่อว่า, จะต้องมีคนสามารถรับรู้มันได้ด้วยความคิดและจิตใจ, เพียงเท่านั้นจริง, ในปีใหม่นี้ฉันจะช่วยเหลือผู้อื่นหรือสิ่งมีชีวิตอื่น, ให้มากขึ้น, ฉันจะขยันทำงานให้มากขึ้น, ฉันอยากให้งานของฉันแพร่หลายกว้างขวางมากขึ้น, และฉันหวังว่า, ฉันจะช่วยเหลือดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงเล็ก, ในจักรวาลนี้ได้มากขึ้น, สำหรับฉันมันควรจะมีลวดลายที่แตกต่างจากเดิม, 365, วันที่ผันผ่านนั้นมีเหตุการณ์และเรื่องราวต่าง, มากมาย, แต่อาจเพราะคนอย่างฉันก็เป็นเพียงอนุภาคเล็ก, ในจักรวาลเมื่อเทียบเคียงกับดวงตะวันซึ่งเฉิดฉายในระบบสุริยะ, ภาพสลักของลำแสงแห่งความคิดและความรู้สึกของฉันจึงเรียบง่าย, มันได้ถูกประดับตกแต่งไว้ในมุมหนึ่งเล็ก, บนโลกใบนี้, เป็นความคิดและความรู้สึกเบา, คุณจำได้ไหมคะว่าคุณสลักเสลาลวดลายแห่งความคิดและความรู้สึกในช่วงเวลาแรกแห่งการมีสติของวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมานี้ไว้อย่างไร, คงเช่นกันกับลำแสงแห่งความคิดและความรู้สึกของคนเรา, ที่ถ้าหากใครสักคนจะมองเห็นได้, ในยามที่เราเฝ้ามองดวงตะวันลับจากปลายฟ้าในวันสุดท้ายของปี, กับยามที่เราจดจ้องแสงแรกของสุริยาเมื่อทาบทาขอบฟ้าเป็นแสงแรกของวันขึ้นปีใหม่, ริ้วรอยและลวดลายของลำแสงแห่งความคิดและความรู้สึกของผู้คนนั้นน่าจะแตกต่างกันไป, เช่นกันกับแสงอาทิตย์ลำสุดท้ายของปีกลาย, ที่น่าจะต้องต่างจากลำแสงแรกวันของอีกปีอย่างแน่นอน, ฉันยังจำได้ถึงลำแสงและขอบแรกของดวงอาทิตย์ที่สัมผัสปลายฟ้าในยามเช้าวันที่, ของปีที่เพิ่งสิ้นสุดลงไป, ซึ่งส่องประกายเหลืองอร่ามอาบไล้ท้องฟ้าและแผ่นน้ำของอำเภอหัวหิน, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, แสงอาทิตย์ที่มองแล้วน่าจะเหมือนกันในทุก, วัน, แต่ความจริงนั้นมีปัจจัยหลากล้านแปรเปลี่ยนมันไปในทุกวินาที, ตัวของคุณเอง, yourself, ก็แค่เปลี่ยน, just, change, รอคอยสิ่งใด, waiting, ถ้าฉันเป็นนางงามจักรวาล, ฉันคงจะมีโอกาสได้เจอผู้ชายดีๆ, miss, universe, have, chance, meet, nice, guy, ถ้าฉันเป็นผู้ชาย, ฉันคงจะได้ปกป้องคนแก่, สตรี, และพวกเด็กๆ, man, protect, old, woman, and, children, ถ้าฉันเป็นเศรษฐี, ฉันคงจะได้ช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก, millionaire, help, miserable, ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี, ฉันคงจะได้ดูแลประเทศชาติ, prime, minister, take, care, our, country, ถ้าฉันบวชเป็นพระ, ฉันคงได้ทำสิ่งที่ดีเพื่อศาสนา, monk, good, thing, religion, ห้าทุ่มสิบนาที, เราเหยียบยืนบนสนามบินเซียนหยาง, ภายหลังจากรอกระเป๋าอีกพักใหญ่เราก็ได้เดินทางสู่โรงแรมที่พัก, sheraton, hotel, ที่กินเวลาจราจรอีกกว่าสี่สิบนาที, มาถึงตอนนี้, เสียงโอดครวญดังแว่วมาตามสายลมเย็นของยามค่ำ, ชาวคณะเดินทางร้องร่ำหิวข้าวกันยกใหญ่, แต่เรามาถึงดึกเกินไป, ยากจะหาอาหารรองท้องใดๆ, ในยามเที่ยงคืนกว่า, ลงท้าย, ในโรงแรมหรูระดับห้าดาว, คนนำเที่ยวของเราก็ส่งเสบียงเป็นมาม่ากระป๋องโตขึ้นมาให้ทุกคน, กระติกน้ำร้อนพร้อมใช้งานในห้องทำให้ใครหลายคนอิ่มหนำและนอนหลับลงได้โดยดี, สายการบินภายในประเทศจีนไม่เสิร์ฟแอลกอฮอล์, ฉันและชายหนุ่มข้างกายเลยใช้เวลาที่ต้องนั่งนิ่งนานดูเดี่ยวฯ, ต่อจากที่ค้างไว้, เรื่องราวตลกขบขันช่วยได้มากเหมือนกันเมื่อต้องการฆ่าเวลา, สังเกตได้จากการที่ชายหนุ่มตรงหน้าไม่บ่นกระปอดกระแปดด้วยความเมื่อยขบมากนัก, ต้องขอขอบคุณ, อุดม, แต้พานิช, บ่ายสามโมงเศษ, เรารอรวมพลอีกครั้งก่อนจะเดินทางไปทานอาหารเย็นที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย, ร้านกวางตงไช่, เสิร์ฟอาหารกวางตุ้งแสนอร่อยที่เรากินกันได้ไม่มากเพราะยังไม่หิวนัก, จากนั้นราวห้าโมงเราก็กลับขึ้นรถเพื่อเดินทางไปสนามบิน, ภายหลังจากมหกรรมซื้อของเล็กๆ, ที่พ่อค้าชาวจีนขนใส่ถุงหิ้วใบมหึมามาขายเราถึงหน้าร้านอาหาร, เขาบอกชัดเจนว่ายินดีรับเงินไทย, วิญญาณรักชาติไทยของขาช็อปเลยกระจัดกระจายไปกับของฝากของที่ระลึกที่ได้เห็นได้ชม, คืนนี้เรามีที่นอนรออยู่ที่ซีอาน, เพราะฉะนั้นเราจึงต้องโดยสารเที่ยวบิน, 7337, จากปักกิ่งเวลาสามทุ่มเศษเพื่อไปถึงซีอานตอนห้าทุ่มนิดๆ, เราแกร่วรออยู่ในสนามบินสองชั่วโมง, แล้วก็นั่งสนิทนิ่งอีกสองชั่วโมงระหว่างเดินทางข้ามมณฑล, ระหว่างเดินชมงาน, ช่างภาพหลายคนเดินไปผูกมิตรสนิทสนมกับแกลเลอรี่ภาพถ่ายหลายแห่งในบริเวณนั้น, หลายคนตั้งตาถ่ายภาพ, หลายคนสนใจงานศิลปะ, หลายคนสนใจจะแสดงงานที่นี่, ขณะที่อีกหลายคนหลบมุมไปดื่มกาแฟในคาเฟ่กลางแจ้งที่น่านั่งอย่างยิ่ง, ฉันและชายหนุ่มข้างกายเดินเข้าออกห้องแสดงงานจนสองขาอ่อนล้า, แม้จะตื่นตาประทับใจแต่สังขารก็ไม่เอื้ออำนวยเท่าไร, เราจึงเดินไปไม่ไกลก็กลับมานั่งพักรวมพลกับคนอื่นๆ, ในคณะ, เราแยกย้ายกันเดินเที่ยวตามใจชอบ, ในพื้นที่โรงงานเก่าแก่ที่พลุกพล่านด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ, วัยรุ่นชาวจีนจำนวนมากเดินชมงานศิลปะกันคึกคักจนน่าอิจฉาที่เยาวชนบ้านเขาใส่ใจในงานศิลปะกันมากขนาดนี้, จำนวนของแกลเลอรี่ที่เรียงตัวในหมู่อาคารเก่าทำให้มหกรรมทางศิลปะวันนี้ดูคล้ายงาน, venice, biennale, ที่ฉันเดินดูเมื่อปีก่อน, ต่างแต่ว่า, แกลเลอรี่ที่นี่เปิดทำการตลอดเวลา, หมุนเวียนงานแสดงตลอดเวลา, ลองคิดดูเถิดว่าจำนวนของงานศิลปะและศิลปินที่เวียนผ่านบนพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้จะมีสักเท่าไร, ศูนย์ศิลปะ, เกิดขึ้นจากการรวมตัวของศิลปินที่ต้องการหาพื้นที่สร้างงานศิลปะในราคาไม่แพงนัก, และที่โรงงานร้างแห่งนี้ที่พวกเขาได้บุกเบิกเป็นชุมชนศิลปิน, นานวันเข้า, ชื่อเสียงของ, ก็ดังไกลไปทั่วโลกจากผลงานของศิลปินจีนที่ก้าวย่างขึ้นสู่เวทีศิลปะระดับสากล, อาคารของโรงงานที่สร้างตามอย่างสถาปัตยกรรมเบาเฮ้าส์, bauhaus, มีหลังคาแหลมทรงฟันเลื่อยเป็นเอกลักษณ์ถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่ทางศิลปะที่เหมาะสมอย่างไม่น่าเชื่อ, ด้วยระนาบกว้างของโรงงานซึ่งแต่เดิมต้องใช้พื้นที่วางเครื่องจักรมากมาย, เพดานสูงจากระบบระบายอากาศเก่าก่อน, ทำให้, สามารถแสงผลงานศิลปะได้ทุกรูปแบบการนำเสนอ, ปัจจุบัน, พื้นที่ทางศิลปะแห่งนี้กลายเป็นศูนย์รวมความหลากหลายแห่งโลกศิลปะในแผ่นดินจีน, และมีผลอย่างมากต่อการส่งเสริมให้ประเทศจีนกลายเป็นแหล่งซื้อขายงานศิลปะอันดับที่, ของโลก, รองจากฝรั่งเศสและอิตาลี, เสร็จจากมื้ออาหารราวเที่ยงครึ่ง, พักสูบบุหรี่, กินขนม, เข้าห้องน้ำ, เราขึ้นรถแล้วเดินทางไปสู่, art, center, ศูนย์ศิลปะกลางเมืองที่ใช้อาคารสถานที่โรงงานเก่าร้างมาดัดแปลงเป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ, ระหว่างทางที่นั่งรถกันมา, คนนำเที่ยวพยายามให้ข้อมูลสำคัญของสถานที่ที่เรากำลังจะไปเยือน, แต่ฤทธิ์ของเมรัยใสขวดน้อยเล่นเอาหลายคนหลับพับยามบ่ายไปอย่างแสนสุข, เมื่อถึงเวลานัดหมายสิบโมงครึ่ง, เราต้องรออ้อยอิ่งอยู่ริมลานจอดรถ, เก็บภาพทิวทัศน์รอบกายสลับกับการหยอกอำเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพสำนักต่างๆ, กันไป, จนได้ออกเดินทางไปทานอาหารกลางวันจริงๆ, ตอนสิบเอ็ดโมง, ร้านอิ่วอี้เตี้ยน, มีอาหารสิบอย่างเสิร์ฟมาตามประสาอาหารจีนที่เน้นความมากของจานอาหารจนต้องวางซ้อนกันเต็มโต๊ะ, อาหารรสชาติใช้ได้เหมือนเคย, แต่ที่พิเศษออกไปคือ, คราวนี้มีเมรัยสีใสในขวดเขียวใบจ้อยวางเคียงกับจอกขาวให้ทุกคนลองลิ้ม, เหล้ารสแรงซาบซ่า, ดีกรี, เรียกเลือดฝาดขึ้นสาดประทับใบหน้าสมาชิกหลายคน, เพื่อนร่วมทางสาวสวยคนหนึ่งบอกว่า, ตอนนี้ชักคุ้นเคยกับการดื่มเบียร์ทุกมื้ออาหาร, กลับไปกรุงเทพฯคงติดนิสัยการดื่มแกล้มอาหารไปด้วยแน่แท้, ประเด็นนี้ฉันฟังแล้วชอบอกชอบใจตามประสาคนขี้เมา, ลองเอาเรื่องเหล้ามาล่อก็คงไม่มีอะไรต้องต่อรองกันแล้วละนะ, จากทิวเขาเทียมฟ้าของกำแพงหมื่นลี้, เราเก็บภาพงามๆ, ได้มากมายคนละหลายกิ๊กตามประสาช่างภาพอาชีพและสมัครเล่น, มองดูความสนุกสนานของนักท่องเที่ยวที่หอบหิ้วกันเดินขึ้นบันไดยาวไกลหลายกิโลเมตร, เห็นพ่อแก่แม่เฒ่าหลายคนหยุดเดินแล้วนั่งพักมันเสียเฉยๆ, ตรงกลางบันได, เห็นวัยรุ่นมากมายแข่งขันกันวิ่งขึ้นที่สูงด้วยกำลังคึกคะนอง, มองหาเพื่อนร่วมเดินทางรอบกาย, หลายคนไม่กระหายจะพิชิตกำแพงเมืองจีนมากไปกว่านี้, สาเหตุคงเพราะหลายคนเดินทางมาเที่ยวที่นี่หลายครั้งจนปรุโปร่ง, ส่วนอีกหลายคนไม่อาจคงความฉับไวเช่นในอดีตได้, สุดท้าย, เราก็มองเห็นรอยยิ้มของเพื่อนร่วมทางที่ส่งให้กันในวันที่เดินขึ้นบันไดไม่ไหวใกล้ๆ, ตัวเรานี่เอง, ความงามของบรรยากาศ, กำแพงหมื่นลี้, ทำให้ฉันนึกถึงภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่มีพระเอกใส่ชุดสีขาวยาวๆ, เดินโบกพัดไปมา, ทิวเขาที่ล้อมรอบทัศนียภาพตรงหน้าทำให้สงสัยเหลือเกินว่า, จิ๋นซีฮ่องเต้เชื่อมต่อกำแพงพวกนี้เข้าเป็นเส้นเดียวกันเพื่อกันข้าศึกไปทำไม, ในเมื่อลาดเขาที่สูงชันขนาดคะเนด้วยสายตายังไม่รู้ว่าจะปีนยังไงไหว, แล้วข้าศึกที่ไหนจะผ่านโตรกเหวหุบเขาพวกนี้มารุกรานได้, แต่ก็นะ, คิดมาคิดไป, คงไม่มีอะไรขวางกั้นความทะยานอยากจะพิชิตชัยของมนุษย์ได้, ดูแต่ปัจจุบันเอง, เรื่องไม่ควรจะเกิดก็เกิดจากความละโมบหิวกระหายของคนตั้งมากมาย, สาอะไรกับกองทัพที่อยากครอบครองดินแดนมังกร, กำแพงเมืองจีนสร้างในสมัย, 332, 339, โดยเป็นการรวบรวมกำแพงเมืองเล็กๆ, ที่เรียงรายมากมายเข้าเป็นกำแพงเดียวกันตามบัญชาของจิ๋นซีฮ่องเต้, ความยาวราว, 2400, กิโลเมตร, ทำให้กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างจากน้ำมือมนุษย์เพียงสิ่งเดียวที่มองเห็นได้จากอวกาศ, กำแพงอิฐ, หิน, และดินที่ทอดข้ามยาวไกลแห่งนี้, ทำหน้าที่เป็นทั้งกำแพงกั้นข้าศึก, เป็นอนุสาวรีย์, เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์, และสุสานของชนชาติที่ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล, เช้าวัน, กันยายน, เราตื่นด้วยกติกา, ที่ใช้ได้ผลดีเยี่ยม, เด็กน้อยหน้ามนหลายคนที่ได้รับการอบรมไปเมื่อวานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างพึงพอใจ, เราทานอาหารเช้า, เก็บกระเป๋าขึ้นรถแล้วออกเดินทางไกลไปนอกเมืองชั่วโมงกว่า, เพื่อชื่นชมกับความงดงามน่าทึ่งชวนตะลึงตะลานของกำแพงเมืองจีน, กำแพงหมื่นลี้ที่ยิ่งใหญ่อลังการเกินกล่าว, เสียดายแค่ว่าเรามีเวลาชั่วโมงครึ่งเท่านั้นสำหรับกำแพงมหากาฬนี้, ด้วยสองเท้าที่ไม่เคยฝึกฝนทักษะกีฬาใดให้เชี่ยวชาญ, ฉันและชายหนุ่มที่เดินเคียงข้างก็เลยไปได้ไกลแค่ป้อมปราการอันแรกที่อยู่ใกล้ที่สุด, แม้กำแพงที่ทอดยาวจะมีขั้นบันไดเดินสะดวกตลอดเส้นทาง, แต่ความไม่คุ้นบวกการออกแรงเดินขึ้นที่สูง, หักหาญต่อแรงดึงดูดของโลกที่เหนี่ยวรั้งก็ทำให้ใครหลายคนเกิดอาการหอบน้อยๆ, เหงื่อซึมหน่อยๆ, ทั้งที่อากาศเย็นสบาย, พลังงานจากอาหารเช้าที่กินเข้าไปได้ใช้งานทันท่วงที, แต่ละชีพเอื้อสวนไว้พิงพัก, ต่างผีเสื้อว่ายวักลม, อ่อนอ่อน, แต่ละเราเป็นผีเสื้อผู้แรมรอน, และเป็นสวนดอกไม้ซ้อน, ซ้อนชีวิต, ใจของเราจะมิยอมถูกกักขัง, ซึ่กรงผุพังวิปริต, ทุกความงามมอบตอบแด่ความคิด, ปีกผีเสื้อล้วนวิจิตร, เมื่อว่ายฟ้อน, โลกของเจ้าคือ, สวนของดอกไม้, สวนดอกไม้คือใจของตัวข้า, ความฝัน, ความศรัทธา, ล้วนต่างมีที่มา, จากชีวิต, สีสันตัดกัน, ปีกเจ้าแต้ม, ราวดอกไม้แรกแย้ม, ไร้เจ้าของ, เปลี่ยนดวงตาเศร้าผู้เฝ้ามอง, ให้พบความรังรองอิสรา, ผีเสื้อ, 531220, กระโจนไปพร้อมกับกระต่ายด้วยกัน, แล้วมาวัดกันดูไหมว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อน, การปรับปรุงตนเองอาจจะไม่ต้องหาฤกษ์งามยามดี, แต่ฉันจะลองใช้โอกาสนี้เริ่มต้น, เริ่มพร้อมกับหลาย, จะให้ฉันมองเห็นจุดด้อยหรือข้อเสียของตัวเองนั้นเป็นเรื่องยากไม่น้อย, แต่การยอมรับความจริงอาจยากยิ่งกว่า, ก่อนที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ฉันคาดหวังจะได้ความรู้สึกตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นเหมือนเวลาแอบอ่านไดอารี่ลับของใครสักคน, ระหว่างอ่านฉันว่ามันเป็นเพียงบันทึกส่วนตัวที่ระบายความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น, แต่เมื่ออ่านจบฉันได้อะไรมากกว่าการได้รู้เรื่องส่วนตัวของคนคนหนึ่ง, ฉันพบว่าเจ้าของไดอารี่คนนี้มีอะไรน่าสนใจมากมาย, เธอมองโลกในแง่ดีและยอมรับความจริง, บ้าบิ่นและบ้าหวย, อ่อนโยนและแข็งกระด้าง, ใส่ใจตนเองและคนรอบข้าง, เราได้รับรู้เรื่องราวและความเป็นไปของคนอื่น, รอบตัวเธอ, โดยเฉพาะเรื่องแม่ของเธอ, เข้าเดือนธันวาคม, ตามสถานที่ต่าง, แลดูตื่นตื่นตาตื่นใจไปด้วยแสงไฟประดับ, ฉันเกิดความรู้สึกกระตือรือร้นกับเทศกาลรื่นเริงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่, และคิดถึงบริดเจ็ท, อีกครั้ง, ฉันเขียนสิ่งที่ต้องการ, ลงกระดาษ, ตอนแรกนึกไม่ออก, เพราะมีความมั่นใจค่อนข้างสูงว่าตัวเองทำดีมาตลอด, แห่ะๆ, แต่เมื่อทำใจยอมรับความจริงแล้ว, กลับเขียนได้ถึง, หน้ากระดาษ, มีเรื่องที่อยากปรับถึง, เรื่อง, ต้นปีที่แล้วฉันได้เริ่มสิ่งที่ฉันจะเริ่มมานาน, เริ่มงงตัวเองเล็กน้อย, ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นพร้อม, กับการเริ่มต้น, ปีนี้ฉันได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต, ฉันมีสิ่งที่จะเริ่ม, จะเลิก, จะลืม, จะจำ, จะทำ, จะเปลี่ยน, จะไป, อีก, 888, จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว, ฉันได้อ่านหนังสือ, ไดอารี่, ของบริดเจ็ท, เฮเลน, ฟีลดิง, เขียน, เป็นบันทึกของหญิงสาวโสดคนหนึ่งนาม, บริดเจ็ท, ที่เดินเข้าใกล้คานทุกขณะ, แต่ยังไม่มีชายใดหลงเข้ามา, เป้าหมายของเธอปีนี้คือต้องสละโสดให้ได้, สิ่งที่อาจเป็นปัญหาและอุปสรรคที่ขวางกั้นการไปถึงเป้าหมายจะต้องถูกขจัดออกไป, ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักส่วนเกินที่ถึงขั้นขึ้นเครื่องชั่งวันต่อวัน, ทำตารางอาหารลดน้ำหนัก, การลดบุหรี่, แอลกอฮอล์, การปรับปรุงบุคลิกภาพ, ปีใหม่กี่ปีต่อกี่ปีที่ผ่านเลยฉันไม่เคยตั้งคำถามนี้กับตัวเอง, แต่ใช่ว่าคำถามแนวนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับฉัน, เพียงแต่การตัดสินใจทำหรือเปลี่ยนแปลงอะไรนั้นฉันไม่เคยนึกถึงเรื่องฤกษ์ยาม, ฉันอาจเปลี่ยนตัวเองเมื่อใดก็ตามที่ฉันเห็นว่า, ได้เวลาของมันเสียที, แต่มันไม่ได้เวลาของมันสักทีนะสิ, กระต่ายกระโจนส์, สำนวนภาษาแสดงว่าเป็นคนอารมณ์ดีแน่ๆ, อย่างนี้ต้องเชิญไปเป็นที่ปรึกษารัฐบาลดีไหม, เพราะเสนอโครงการอะไรออกมา, เครียดกันทั้งเมือง, ผู้ชายธรรมด๊า, ธรรมดา, ที่สุดแสนจะน่ารักคนหนึ่ง, ด้วยความเคารพ, ผมขอให้, อยู่เป็นต้นโพธิ์ต้นไทรผลิดอกออกผลให้หนอนน้อยใหญ่แทะโลมไปนานๆ, สุขภาพกายก็ขอให้ฟิตปั๋งเตะปี๊บเปรี้ยงปร้าง, สุขภาพใจก็ซู่ซ่าดึ๋งดืด, กำลังความคิดก็ขอให้พุ่งพรวดเหมือนบั้งไฟแสนยโสธร, อีตอนคิดเขียนสิ่งใดก็ขอให้ลื่นไหลดุจ, ในงานเทศกาลหนังสือฯที่กำลังจะมาถึงนี้, ขอให้หนังสือทุกเล่มของ, ขายดีเหมือนแจกฟรีเลยนะขอรับเจ้านาย, นายบรรหาร, เนื่องในวาระปีใหม่นี้, เอาเถอะเอา, ไหนๆ, ผมก็หลงเข้ามาแล้วนี่เนอะ, งั้นผมขออวยพรให้, หน่อยนะครับ, ผมหลงเข้ามาห้องนี้ได้ไงเนี่ย, ว่าจะแวะไปเยี่ยมสาวๆ, ในห้องหนอนฯ, โน่นนี่นา, ขออภัยที่ทะลึ่ง, เรียกผมตามปกติธรรมดาก็ได้ครับ, ฟังดูแก่มากครับ


Text of the page (random words):
ิน กลับเป็นเพียงกลุ่มละอองน้ำซึ่งรวมตัวกันล่องลอยบางเบาอยู่ในอากาศ และพบเพียงว่า เมฆ ไร้รูป เหมือนอย่างบางจินตนาการหรือความคิดที่ระเหยหายจากสมองและใจของเราได้ไม่ยาก หากเราไม่ยึดติดและสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นขึ้นมา อีกทั้งบางสิ่งบางอย่างภายในใจที่เราดั้นด้นแสวงหา บางครั้งเราจะได้ค้นพบในท้ายที่สุดว่า เรากำลังแสวงหาเพียง อะไร มองเมฆบนดอยอินทนนท์อีกครั้งก่อนกลับ เมฆก้อนขาวไกล ๆ ซึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ๆ เป็นละอองไอให้พยายามเอื้อมมือคว้า นั้นมีปรัชญาที่เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากไปกว่าการสมมติตัวตนของเมฆขึ้นมา แล้วสุดท้ายก็พบว่า มันไร้ตัวตน เมธีคะ ทุกวันนี้ฉันยังคงไปนอนแหงนมองดูเมฆขาวบนฟ้าเมื่อมีโอกาส แต่ฉันไม่ได้มีเพื่อนเป็นจินตนาการหรือเรื่องราวของเมฆเหล่านั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะฉันมีหลานตัวน้อยคอยเป็นเพื่อนนอนมองเมฆอยู่ข้าง ๆ เสียงเจื้อยแจ้วคอยไถ่ถามรูปทรงบนฟ้า ราวกับว่าเธอกำลังพูดคุยกับเพื่อนของเธออยู่ ส่วนฉันนอนฟังยิ้ม ๆ ถึงสำเนียงเสียงบนท้องฟ้าที่ส่งลงมาหาเธอ บางที อาจมีปรัชญามากมายแฝงอยู่ในนั้นอีก แด่ เมธี และชาวดอย เบื้องหลังของด้านหลัง ฉันก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบคู่เก่งที่คลายออกให้แน่น ก่อนที่จะก้าวเดินตามเพื่อนอีก 3 คนไปขึ้นรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 13 กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เราเดินขึ้นไปและหาเลขที่นั่งของพวกเรา ขบวนรถไฟสายนี้ดูราวกับว่าเป็นขบวนรถไฟสาย international ตลอดระยะทางที่เดินล่วงผ่านนั้น เต็มไปด้วยนักเดินทางชาวต่างประเทศ โบกี้ที่เรานั่งก็เช่นกัน ฉันนับจำนวนคนไทยได้เพียง 8 คนเท่านั้น ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิคของรถไฟทำให้นักเดินทางชาวต่างประเทศส่วนหนึ่งชื่นชอบก็เป็นได้ แล้วเวลา 19 30 น ของวันที่ 14 พ ย 50 รถไฟก็ออกจากชานชาลา จนถึงสถานีสามเสนเพื่อนของเราอีกคนก็ขึ้นมาสมทบกับเรา พวกเรานั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพนักงานบนรถไฟมาปูที่นอนให้ในเวลาประมาณ 20 30 น เราแยกย้ายกันทำภารกิจส่วนตัว บางคนก็เข้านอนแต่หัวค่ำ ส่วนฉันเป็นคนนอนดึกจนเคยชินจึงยังไม่ง่วงนอน ฉันอาศัยหลอดไฟถนอมสายตาที่ติดไว้บนหัวนอน อยู่กับเรื่องราวในบางกะโพ้งที่นำติดกระเป๋าไปด้วย จนในที่สุดก็ต้องเข้านอนเพื่อเก็บแรงไว้ท่องเที่ยวในวันพรุ่งนี้ ประมาณ 6 00 น รถไฟเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งพร้อม ๆ กับดวงตะวันที่ส่องแสงมาทักทายเรา 8 00 น เราก็เดินไปที่ตู้เสบียงกันเพื่อทานอาหารเช้า ตู้เสบียงเป็นตู้ที่ไม่ได้ติดแอร์ ฉันได้สัมผัสกับอากาศยามเช้าที่สดชื่นพร้อม ๆ กับไออุ่นจากอาหารเช้า รู้สึกว่าร่างกายตื่นตัวเต็มที่พร้อมสำหรับการเดินทางในวันนี้แล้ว พอถึงเวลา 9 30 น พนักงานบนรถไฟก็ประกาศขอบคุณทุกคนที่มาใช้บริการ รถไฟแล่นมาถึงปลายทางแล้ว บริเวณสถานีรถไฟเชียงใหม่มีผู้คนมาถือป้ายรอรับนักท่องเที่ยวกลุ่มของตนอยู่มากมาย พวกเราเองก็ต้องโทรหารถตู้ที่เราติดต่อไว้ เมื่อพบกับคนขับรถตู้แล้ว เราก็ไม่รอช้ารีบเดินทางไปยังสถานที่แรกนั่นคือ พระธาตุจอมทองวรวิหาร กันเลย พระธาตุจอมทองเบื้องหน้าเรา เป็นสีทองเหลืองอร่ามงดงามยิ่ง เมื่อเพื่อนของฉันไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนจากคุณยายคนหนึ่ง คุณยายเล่าให้ฟังว่า พระธาตุองค์จริงนั้นไม่ได้อยู่ในพระสถูปเจดีย์ขนาดใหญ่และงดงามองค์ที่เราเห็นกันอยู่ หากแต่อยู่ภายในวิหารหลวงพ่อเพชร เมื่อเรานมัสการพระสถูปเจดีย์ด้านหน้าเสร็จแล้ว จึงเดินเข้าไปสักการะหลวงพ่อเพชรและพระธาตุองค์จริงในวิหาร หลังจากเดินทางออกจากพระธาตุจอมทองแล้ว เราก็มุงหน้าไปยังดอยอินทนนท์กัน ดอยอินทนนท์เป็นเสมือนหลังคาของประเทศไทย เป็นปลายทางของเทือกเขาหิมาลัย จากเชิงดอยจนถึงยอดดอยประกอบไปด้วย ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขาตอนล่าง และป่าดิบเขาตอนบน มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากมาย เริ่มตั้งแต่เชิงดอยเราแวะที่ น้ำตกแม่ยะ เป็นน้ำตกแรกที่อยู่บริเวณเชิงดอยอินทนนท์ เมื่อรถจอดที่บริเวณลานจอดรถ เราต้องเดินเท้าไปตามทางเดินที่ทางอุทยานได้จัดทำไว้ไปอีกประมาณ 500 ม ก็ได้เห็นน้ำตกขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่ไม่ไกลจากสายตาเรานัก แต่ก่อนที่เราจะเดินไปยังจุดชมน้ำตกให้ใกล้ชิดยิ่งกว่านั้น เราแวะทานอาหารกลางวันกันริมสายน้ำที่กำลังไหลระเรื่อย ท่ามกลางสายฝนที่พรำลงมา เราต้องเร่งทานอาหารเพราะไม่รู้ว่าฝนจะตกลงมาหนักกว่านี้อีกไหม อาหารมื้อนี้ถึงแม้จะทานอย่างเร่งร้อนไปหน่อย แต่ก็ได้บรรยากาศแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เมื่อเดินขึ้นไปอีกสักหน่อย ก็ถึงจุดชมวิวน้ำตกแม่ยะ น้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมามีความสูงราว 260 ม กว้าง 100 ม ตระหง่านอยู่ตรงหน้าเรา พวกเราชื่นชมความงาม พร้อมบันทึกภาพร่วมกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะพากันอำลาน้ำตกที่สวยงามแห่งนั้นไป สถานที่ที่เราเดินทางไปต่อจากนั้นคือ น้ำตกวชิรธาร ซึ่งอยู่ที่กม 22 ของถนนสายจอมทอง ยอดดอยอินทนนท์ ที่นี่เราไม่ต้องเดินเท้าต่อไปอีก เพราะจากบริเวณจอดรถ ก็สามารถเห็นน้ำตกได้เลย ช่วงที่เราไปยังเป็นช่วงที่น้ำมาก น้ำตกวชิรธารจึงดูสวย ละอองน้ำที่กระเซ็นนั้นมากมายจนบางครั้งเกิดเป็นสายรุ้งให้เห็นได้ชัดเจน ขณะที่พวกเราเองก็ต้องเปียกปอนไปตาม ๆ กันเมื่อไปถ่ายรูปกันที่บริเวณน้ำตก หลังจากนั้นเราก็เดินทางขึ้นดอยต่อไป เพื่อไปยังที่พักของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ประมาณกม ที่ 31 เราติดต่อขอกุญแจห้องพักซึ่งเป็นบ้านพักขนาด 3 คน 2 หลัง ก่อนที่จะนำสัมภาระไปเก็บยังบ้านพัก เราเดินทางไปยังสถานีเกษตรโครงการหลวงก่อนที่จะถึงเวลาที่จะปิดทำการในเวลา 17 00 น สถานีวิจัยโครงการหลวง เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ ศ 2522 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือชาวเขาให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่น ในขณะเดียวกันรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากภาคการเกษตรยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น ตลอดจนป้องกันการบุกรุกป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธาร โดยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการทำไร่เลื่อนลอย มาทำการเกษตรในพื้นที่ถาวร งานวิจัยที่ดำเนินการที่นี่ เช่น งานวิจัยไม้ดอก งานวิจัยผัก งานวิจัยพืชไร่ งานวิจัยสตรอเบอรี่ และงานวิจัยปลาเรนโบว์เทราท์ ภายในสถานีวิจัยโครงการหลวงนั้นมีเส้นทางเดินเท้าไปชมน้ำตกสิริภูมิ บริเวณสวนหลวงสิริภูมิด้วย เมื่ออาทิตย์โรยแสงลง ความมืดก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ความหนาวเย็นนั้นจับตัวทั่วบรรยากาศ พวกเราไปนั่งทานอาหารเย็นกันที่โรงอาหารของทางอุทยาน อาหารที่สั่งส่วนใหญ่จะเป็นเมนูผัก เพราะผักบนดอยนั้นสดและน่าทานมาก ก่อนที่จะกลับที่พักในที่สุด เช้าวันต่อมาเราตื่นกันแต่เช้าตรู่ เพื่อขึ้นไปเที่ยวชม ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งมีความสูง 2 565 ม จากระดับน้ำทะเล ตั้งตระหง่านอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่ทอดตัวผ่านชมพูทวีปเข้าสู่ภาคเหนือของไทย อุณหภูมิบนยอดดอยวันนั้นวัดได้ 10 องศาเซลเซียส หนาวจนเราต้องสวมเสื้อกันถึงสามชั้น เราไปถ่ายรูปกันบริเวณจุดสูงสุดของประเทศไทย ไปซื้อของที่ระลึก และเดินไปยังฝั่งตรงข้ามร้านขายของที่ระลึก บริเวณนั้นเป็นทางลงเพื่อไปยัง เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง เส้นทางนี้ยาวประมาณ 400 ม มีลักษณะเป็นป่าดิบเขาและป่าพรุ เรือนยอดไม้แน่นทึบ แสงสว่างสาดส่องลงมาได้เพียงรำไร ลำต้น กิ่ง ก้าน มีมอส ไลเคนส์ เฟิร์น ฝอยลมห่อหุ้มระโยงระยางเหมือน ต้นไม้ใส่เสื้อ ซึ่งเป็นการปรับตัวตามธรรมชาติอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันความหนาวเย็น บรรยากาศดูขมุกขมัวลึกลับคล้าย ป่าดึกดำบรรพ์ ในอดีตกาล ผืนป่าที่แน่นทึบทำหน้าที่เป็นเครื่องผลิตและกรองน้ำฝน ก่อนปล่อยลงกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่อ่างกาหลวง ซึ่งมีป่าพรุเป็นพรมชั้นดีดูดซับไว้ ก่อนจะค่อย ๆ รินไหลลงสู่เบื้องล่าง ผ่านลำธารสายหลักคือ ลำน้ำขุนวาง ลำน้ำแม่กลาง ลำน้ำแม่ยะ ไหลรวมลงสู่ลำน้ำแม่แจ่ม ลำน้ำสาขาสำคัญของลำน้ำปิง บริเวณอ่างกาหลวงจะมีสะพานไม้ทอดยาวตลอดเส้นทางเพื่อไม่ให้เราเดินไปเหยียบสิ่งมีชีวิตตามทางนั้น ที่อ่างกาหลวงนี้เองที่เรามีโอกาสได้เห็นนกกินปลีหางยาวเขียวซึ่งเป็นนกประจำถิ่น ก่อนหน้าที่ฉันจะไปดอยอินทนนท์ ฉันได้อ่านบทความจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ที่บอกไว้ว่าเนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ดอยอินทนนท์เองก็ต้องเผชิญกับสภาวะนี้เช่นกัน ทำให้มอสบางส่วนเกิดการแปรสภาพไป รวมทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่นบางพวกก็ไม่ยอมมาอาศัยอยู่ ฉันมาคราวนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอ่างกาหลวงจากที่เคยมาเมื่อสมัยเป็นเด็ก วันนี้ฉันสังเกตเห็นว่าต้นไม้ในอ่างกาหลวงหลายต้น ห่มผ้าสีน้ำตาลแทนที่จะเป็นสีเขียวขจีอย่างที่เคยเห็น แต่เรายังโชคดีที่ได้เห็นนกประจำถิ่น แม้เพียงชนิดเดียวก็ตาม ถ้าหากเรายังไม่ช่วยกัน รักโลก ในวันนี้ ฉันก็ไม่อยากจะคิดว่า ลูกหลานของเราจะมาเห็นอ่างกาหลวงในสภาพเช่นไร ออกจากอ่างกาหลวงเราเดินทางไปยัง เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่นี่เราต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขออนุญาตเข้าชม และต้องมีมัคคุเทศน์ประจำถิ่นเป็นคนนำทางในการเดิน มัคคุเทศน์ประจำถิ่นบอกกับเราว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนี้ จะแบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้าอัลไพน์ และบริเวณหน้าผา ฉันเคยทราบมาจากหนังสือสารคดีเล่มหนึ่งว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานนี้ ถือได้ว่าเป็น เส้นทางแห่งความรัก ว่ากันว่าใครที่ไม่มีคู่ถ้ามาเดินเส้นทางนี้จะได้คู่ ใครมีคู่แล้วก็จะรักกันมากยิ่งขึ้น แต่มาคราวนี้ฉันไม่คิดอะไรเรื่องนี้เพราะพวกเราล้วนมีแต่ผู้หญิง และฉันเองก็ไม่คิดอยากจะมีคู่เสียด้วย แต่หลังจากที่เดินจนครบเส้นทางแล้ว ฉันจึงเข้าใจว่าทำไมเส้นทางนี้จึงเรียกว่าเป็น เส้นทางแห่งความรัก เส้นทางช่วงแรกที่เป็นป่าดิบเขานั้นทางเดินค่อนข้างชัน เราต้องเดินขึ้นเนินเขาตลอด ถึงแม้ว่าในป่าจะมีต้นไม้มากมาย แต่ฉันก็รู้สึกหายใจไม่ทันและเหนื่อยง่ายมาก คงเป็นเพราะบริเวณนั้นเป็นที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก อากาศจึงเบาบาง พวกเราก็ต้องคอยดูแลกันและกันไปตลอดเส้นทาง เมื่อถึงบริเวณหนึ่งน้องทรายมัคคุเทศก์นำทางก็บอกให้พวกเราหลับตาแล้วจับมือกันไว้ เราต้องผ่านรากไม้บ้าง เส้นทางที่ลื่นบ้าง หรือหลุมบ่อบ้าง แต่เราก็ช่วยบอกทางกันตลอด จนมาถึงจุดหนึ่ง น้องทรายบอกให้เราลืมตา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เราต้องร้องโอ้โห เนื่องจากต้นไม้ที่เราเห็นมากมายนั้นได้หายไปหมด มีเพียงเนินเขาที่เต็มไปด้วยต้นหญ้าสั้น ๆ และดอกไม้เล็ก ๆ น่ารัก บริเวณนี้คือทุ่งหญ้าอัลไพน์ ข้างหน้านั้นเราเห็นเมฆก้อนใหญ่ ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาหาเราในบางขณะ บรรยากาศราวกับอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งความฝัน เราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยัง ช่วงสันเขาซึ่งข้าง ๆ เป็นหน้าผาชัน บริเวณหน้าผาชันนั้น มีต้นกุหลาบพันปีต้นไม้สัญลักษณ์แห่งเทือกเขาหิมาลัยขึ้นเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทาง วันที่เราไปนั้นมีกุหลาบพันปีสีแดงที่เรียกว่า คำแดง ออกดอกให้เห็นบ้าง แต่ถ้ามาในช่วงระหว่างปลายเดือนพ ย ก พ ก็จะได้เห็นดอกกุหลาบพันปีสีแดงสดผลิบานประดับอยู่เต็มหน้าผา คละเคล้ากับหมอกเมฆที่เคลื่อนตัวเข้ามา ทำให้บรรยากาศบริเวณนั้นโรแมนติกทีเดียว เราเดินเลาะริมหน้าผาจนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายซึ่งมีลักษณะเป็นป่าดิบเขาอีกครั้ง การเดินป่าในครั้งนี้นอกจากจะทำให้เรารักกันมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้เรารู้ว่าเรารักกันแค่ไหน ก็ความรักของพวกเรามีระดับขีดความสูงเท่าระดับท้องฟ้าเชียวล่ะ _ จากเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เราเดินทางไปสักการะ พระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ ช่วงเวลาที่เราไปนั้น พระธาตุนภเมทนีดลกำลังได้รับการบูรณะอยู่ แต่ก็ยังสามารถเข้าไปภายในเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำพระธาตุได้ พระธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ เป็นพระธาตุที่ทางกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมใจสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา เมื่อปีพุทธศักราช 2530 และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2535 โดยรอบบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างชัดเจน พระมหาธาตุทั้ง 2 องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน คือ มีฐานเป็นรูป 12 เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น 2 ระดับ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา ที่นี่มีร้านขายของที่ระลึก ฉันได้ซื้อเสื้อโค้ทกันหนาวของโครงการหลวงซึ่งนำมาจำหน่ายในราคาไม่แพงไปฝากคุณแม่ด้วย หลังจากสักการะพระมหาธาตุกันแล้ว เราเดินทางไปถ่ายภาพกันที่จุดชมวิว แล้วไปเที่ยวชมตลาดท้องถิ่นของชาวเขา ซึ่งมีพืชผักผลไม้สด ๆ และราคาย่อมเยาจำหน่าย แล้วจึงกลับที่พัก คืนนั้นฟ้าโปร่งมาก ฉันจึงชวนเพื่อนออกไปดูดาว แต่บริเวณที่พักของเราเป็นป่าสนสามใบ มีบริเวณที่สามารถมองเห็นดาวน้อย แต่เราก็ยังเห็นได้หลายดวง ฉันคิดว่าถ้าเราอยู่บริเวณที่โล่งกว่านี้เราก็อาจเห็นดาวนับล้านบนฟากฟ้านั้นทีเดียว ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกคิดถึงเพื่อน ๆ หลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และไม่ได้มาเที่ยวกับเราในครั้งนี้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันสักแค่ไหน เราผูก พันกันไว้ได้ด้วย ความรัก แล้วฉันก็คิดถึงบทเพลงหนึ่งของวงเฉลียง เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ฟังเพลงได้ที่ http www katikala com news chaliang ther shtml ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า จะมีไหมหนาที่ลอยอยู่เองเฉยๆ ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย ไม่เคยไม่เห็นเลยสักดวง ดาวของฉันเธอว่าห่างไกลลิบๆ แต่ดาวไหนๆ มันก็อยู่ไกลกันทั้งนั้น ดาวของเธอฉันว่าก็เหมือนกัน กี่ปีแสงนั้นอย่านับเลย เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ ให้ใกล้กัน เกิดอาการ เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง มีเส้นทางหมุนของตัวเอง เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า วันที่ 3 เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ เพื่อไปยัง ดอยอ่างขาง ซึ่งคนขับรถบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทางจากดอยอินทนนท์ถึงยอดดอยอ่างขางประมาณ 4 5 ชม เส้นทางขึ้นดอยอ่างขางคดเคี้ยวและสูงชัน หากใครที่คิดว่าจะไปและเป็นคนที่เมารถฉันแนะนำให้พกยาป้องกันอาการเมารถติดตัวไปด้วย บนดอยอ่างขางมีสวนพฤกษชาติที่หลากหลาย ทั้งสวนบอนไซ สวนหิน สวนดอกบ๊วย สวน 80 สวนสตรอเบอรี่ และสวนกุหลาบ ฯลฯ เราแวะทานอาหารว่างกันที่ร้านอาหารภายในบริเวณสวน 80 ฉันเลือกดื่มน้ำสตรอเบอรี่ปั่น ส่วนเพื่อน ๆ ก็ดื่มลาเต้บ้าง โกโก้เย็นบ้าง ฉันคิดว่าน้ำสตรอเบอรี่ปั่นที่นี่ใช้สตรอเบอรี่เกือบ 100 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว เพราะเข้มข้นมากไม่เหมือนกับที่เคยดื่มที่ไหนมาก่อน แล้วเราก็สั่งเค้กช็อกโกแลตกับเค้กแครอทมาอย่างละ 1 ชิ้นเพื่อมาแบ่งกันชิม ฉันบอกไม่ถูกเลยว่ามันนุ่ม หอม และอร่อยแค่ไหน คิดว่าพวกคุณลองไปชิมเองจะดีกว่า เราแวะร้านขายของที่ระลึกซึ่งอยู่ภายในกรีนเฮาส์ที่มีไม้ดอกไม้ประดับมากมาย ฉันหาซื้อของฝากเพื่อน มองไปยังชั้นจำหน่ายดอกไม้แห้งที่จัดเป็นช่อ เป็นตะกร้าอย่างสวยงาม ทำให้ความทรงจำช่วงหนึ่งหวนคืนมา ดอกไม้แห้งกระถางหนึ่งที่นี่เคยถูกซื้อไปฝากชายคนหนึ่งที่ฉันคิดว่ารัก ฉันเองก็ไม่รู้ว่ากล้าทำไปได้อย่างไร แต่ถ้าหากเขาไม่เป็นคนบอกฉันเสียก่อนว่าเขาแต่งงานแล้ว ใครจะรู้วันหนึ่งฉันอาจเป็นคนขอเขาคนนี้แต่งงานเหมือนในบทความของอาวินทร์ก็เป็นได้ ฉันไม่ได้หวังคำตอบรับหรืออะไรหรอกนะ เพียงแค่อยากพูดอะไรออกไปสักอย่าง อยากให้เขารู้ว่า เขาเป็นคนดีในแบบที่ฉันรักเท่านั้นเอง ฉันคิดว่าความรักนั้นยากจะให้คำนิยามหรือกำหนดขอบเขต เราจะรู้จักได้เมื่อเรารู้สึกเอง เราลงจากดอยอ่างขาง กลับไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ เอาสัมภาระเข้าเก็บในโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะออกไปช็อปปิ้งที่ถนนคนเดินกันในคืนนั้น ฉันเพิ่งเคยมาถนนคนเดินเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ที่นี่มีสินค้าพื้นเมืองขายตลอดแนวถนนซึ่งยาวมาก มีนักศึกษาหาทุนไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเป็นระยะ ๆ สินค้าที่มาจำหน่ายก็มีหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าที่เพนท์เอง ทอเอง ถักเอง โมบาย พวงกุญแจตุ๊กตา รูปแกะสลัก ฯลฯ ฉันมาสะดุดตาตรงจุดที่มีศิลปินวาดภาพเหมือนมานั่งกันเป็นแถว ฉันเคยคิดอยากวาดภาพเหมือนของตัวเองมานานแล้ว แต่หาเวลาและภาพถ่ายที่ชัดเจนของตัวเองมาเป็นแบบไม่ได้สักที เลยอยากลองให้คนอื่นวาดให้ ฉันเลือกคนวาดภาพที่ใช้ดินสอสีน้ำตาลเพราะฉันคิดว่าสีที่เขาใช้สวยดี ถึงแม้ภาพที่เขาวาดออกมาจะไม่เหมือนนัก แต่ฉันก็ไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายไป เป็นเพราะว่าฉันได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ในการเป็นแบบให้คนวาดภาพ เพิ่งรู้ว่าการเป็นแบบนี่ค่อนข้างเมื่อยที่ต้องทำตัวอยู่นิ่ง ๆ และเขินมาก ๆ ที่มีคนมามุงดูเด็มไปหมด บางคนถ่ายภาพไปด้วยน่ะสิ เมื่อได้เวลานัดหมายพวกเราก็กลับที่พักกัน เช้าวันสุดท้ายเราไป นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ วันนั้นเป็นวันอาทิตย์มีผู้คนไปที่นั่นมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เราไหว้ครูบาศรีวิชัยที่ด้านหน้าก่อนที่จะเข้าไปไหว้องค์พระธาตุด้านในกัน หลังจากนั้นก็นั่งรถขึ้นไปชม พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ อันเป็นพระตำหนักที่ใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นั่นมีสวนกุหลาบขนาดใหญ่ มีดอกกุหลาบดอกใหญ่หลากสีและสวยงามมาก เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะไปถึงพระตำหนักของสมเด็จย่า ซึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูงดงาม วันที่เราไปนั้นเป็นวันเดียวกับวันที่สมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศศรีลังกาเสด็จมา เราจึงได้รับเสด็จพระองค์ด้วย ก่อนเดินทางกลับจากเชียงใหม่ เราไปแวะซื้อของฝากพวกอาหารเหนือกันที่ตลาดสดต้นพยอม แล้วจึงเดินทางไปยังสนามบินเชียงใหม่ เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพ ฯ และกลับถึงกรุงเทพ ฯ ในเวลา 17 40 น แรกทีเดียวนั้นฉันคิดเพียงอยากจะไปสัมผัสและแสวงหาเส้นทางแห่งความรักกิ่วแม่ปานที่ไม่เคยไปสัมผัสมาก่อน แต่ถึงตอนนี้ฉันพบว่า ไม่เพียงแค่กิ่วแม่ปาน แต่ทุกย่างก้าว ทุกเส้นทางที่พวกเราสัมผัสนั่นคือเส้นทางแห่งความรัก ทุกที่มีความรักได้ ถ้าหากในหัวใจของเราเปี่ยมล้นด้วยความรัก ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก อนุสารอสท หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2550 นิตยสาร advanced thailand geographic กระทู้หัวข้อ เ ส้ น ท า ง รั ก โดย s...
Thumbnail images (randomly selected): * Images may be subject to copyright.YELLOW status (not for everyone)website (probably) only for adults

Verified site has: 5 subpage(s). Do you want to verify them? Verify pages:

1-5


Top 50 hastags from of all verified websites.

Supplementary Information (add-on for SEO geeks)*- See more on header.verify-www.com

Header

HTTP/1.1 301 Moved Permanently
Server nginx
Date Fri, 28 Aug 2026 20:51:03 GMT
Content-Type text/html
Content-Length 162
Connection keep-alive
Location htt????/parchya.wordpress.com/
Alt-Svc clear
Server-Timing a8c-cdn, dc;desc=ams, cache;desc=BYPASS;dur=1.0
HTTP/2 200
server nginx
date Fri, 28 Aug 2026 20:51:03 GMT
content-type text/html; charset=UTF-8
vary Accept-Encoding
x-hacker Want root? Visit join.a8c.com/hacker and mention this header.
host-header WordPress.com
link <htt????/public-api.wordpress.com/wp-json/?rest_route=/sites/parchya.wordpress.com>; rel= htt????/api.w.org/
vary accept, content-type, cookie
link <htt????/wp.me/2uyG>; rel=shortlink
content-encoding gzip
x-ac 18.cdg _dca MISS
alt-svc clear
strict-transport-security max-age=31536000
server-timing a8c-cdn, dc;desc=cdg, cache;desc=MISS;dur=569.0

Meta Tags

title=""
http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=UTF-8"
name="robots" content="max-image-preview:large"
name="generator" content="WordPress.com"
property="og:type" content="website"
property="og:title" content="(ไม่มีชื่อ)"
property="og:url" content="htt????/parchya.wordpress.com/"
property="og:image" content="htt????/s0.wp.com/i/blank.jpg?m=1383295312i"
property="og:image:width" content="200"
property="og:image:height" content="200"
property="og:image:alt" content=""
property="og:locale" content="th_TH"
property="fb:app_id" content="249643311490"
id="bilmur" property="bilmur:data" content="" data-provider="wordpress.com" data-service="simple" data-site-tz="Etc/GMT-7" data-custom-props='{"logged_in":"0","wptheme":"pub\/springloaded","wptheme_is_block":"0"}'

Load Info

page size303305
load time (s)0.631551
redirect count1
speed download104603
server IP 192.0.78.13
* all occurrences of the string "http://" have been changed to "htt???/"